มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๔๙๙ · ข้อ 400
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

(พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยพระคาถาว่า)

“เสละ พรหมจรรย์เรากล่าวไว้แล้ว

ผู้บรรลุจะเห็นได้เอง ให้ผลไม่จำกัดกาล

ในศาสนาที่มีการบรรพชาไม่ไร้ผล

เมื่อคนที่ไม่ประมาท หมั่นศึกษาอยู่๑”

เสลพราหมณ์พร้อมทั้งบริวารได้รับการบรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มี พระภาคแล้ว

{๖๑๐}[๔๐๐] เมื่อล่วงราตรีนั้นไป เกณิยชฎิลสั่งให้จัดของเคี้ยวของฉันอันประณีตไว้ใน อาศรมของตน แล้วส่งคนไปกราบทูลภัตตกาลว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ได้เวลาแล้ว ภัตตาหารสำเร็จแล้ว พระพุทธเจ้าข้า”

ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เสด็จไป ยังอาศรมของเกณิยชฎิลและประทับบนพุทธอาสน์ที่ปูลาดไว้แล้วพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์

จากนั้น เกณิยชฎิลได้อังคาสภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธานให้อิ่มหนำ สำราญด้วยของเคี้ยวของฉันอันประณีตด้วยตนเอง เมื่อพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ ทรงวางพระหัตถ์แล้ว เกณิยชฎิลเลือกนั่ง ณ ที่สมควร ที่ใดที่หนึ่งซึ่งต่ำกว่า

พระพุทธเจ้าทรงทำอนุโมทนาแก่เกณิยชฎิล

{๖๑๑} พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาแก่เกณิยชฎิลด้วยพระคาถาเหล่านี้ว่า

“การบูชาไฟเป็นการบูชายัญอันประเสริฐ

ว่าด้วยเรื่องฉันท์ สาวิตรีฉันท์เป็นฉันท์อันดับแรก

พระราชาเป็นประมุขของมนุษย์ทั้งหลาย

สมุทรสาครเป็นศูนย์รวมแห่งแม่น้ำทั้งหลาย