สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นคันถะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ คันถะทำขันธ์ที่ไม่เป็นคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น คันถะทำ หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่ไม่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ คันถะและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ คันถะและสัมปยุตตขันธ์ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
[๑๒] สภาวธรรมที่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่ไม่เป็นคันถะให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อภิชฌากายคันถะทำสีลัพพตปรามาส- กายคันถะและสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) อภิชฌากาย- คันถะทำสีลัพพตปรามาสกายคันถะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็น จักกนัย) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่ไม่เป็นคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ ไม่เป็นคันถะและทำคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่ เป็นคันถะทำคันถะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่ไม่เป็นคันถะทำสภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่ไม่เป็น คันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อภิชฌากายคันถะและ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นคันถะและทำสีลัพพตปรามาสกายคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย) อภิชฌากายคันถะและ สัมปยุตตขันธ์ทำสีลัพพตปรามาสกายคันถะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึง