ปัฏฐาน ภาค ๓
ฉบับ มจร. · เล่ม ๔๒ · หน้า ๖๐ · ข้อ 110 111
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์และ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น

วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)

ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น

{๘๗} [๑๑๐] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉา- ชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดย ปัจฉาชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาต- ปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่มีเหตุและที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉาชาต- ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิด ภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) {๘๘} สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอาเสวนปัจจัย (ปัจจัยนี้ เหมือนกับอนันตรปัจจัย ไม่มีอาวัชชนจิตและภวังคจิต ในอาเสวนปัจจัยพึงเว้นทั้ง ๙ วาระ)

กัมมปัจจัย

{๘๙} [๑๑๑] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย ใน ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีเหตุโดย