หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมิ นั้น จักดับไป
ถูกแล้ว
[๒๓๑] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป
ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นคือพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๓๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป
อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๓๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า อกุศลของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิต ใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์จักไม่ดับไป และ กุศลธรรมก็จักไม่ดับไป