ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต สมุฏฐานรูปทั้งหลาย ฯลฯ
[๑๑๐๒] อปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินา ปจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๑๐๓] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๑๐๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เป็นปัจจัยแก่อาจยคามิธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสกขบุคคลทั้งหลายกระทำผลให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน โดยอธิปติปัจจัย
บุคคลกระทำจักขุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี
หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรมให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ