คำว่า ตถา อตฺถงฺคเตน จ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอา สิกขาบทนี้ว่า เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว สั่งสอนพวกภิกษุณี.
สองบทว่า ติรจฺฉานวิชฺชา เทฺว ได้แก่ ๒ สิกขาบท ที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ว่า ภิกษุณีใด พึงเรียนติรัจฉานวิชชา ๑, พึงบอก ติรัจฉานวิชชา ๑.
คำว่า อโนกาเส จ ปุจฺฉนา นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอา สิกขาบทนี้ว่า ภิกษุณีใด พึงถามปัญหากะภิกษุซึ่งตนไม่ขอโอกาสก่อน.
[ว่าด้วยอัทธานสมุฏฐาน]
สองบทว่า อทฺธานนาวํ ปณีตํ ได้แก่ ๓ สิกขาบทที่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุใด ชักชวนกันแล้ว เดินทางไกลร่วมกันกับภิกษุณี ๑, ชักชวนกันแล้วขึ้นเรือลำเดียวกับภิกษุณี ๑, ภิกษุใด มิใช่อาพาธ ขอโภชนะ อันประณีต เพื่อประโยชน์แก่ตนแล้วฉัน ๑.
สองบทว่า มาตุคาเมน สงฺฆเร ได้แก่ สิกขาบทคือชักชวนกันแล้ว ไปกับมาตุคาม ๑, สิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุณีใด พึงนำ (ถอน-โกน-ตัด) ขนในที่แคบ ๑.
สองบทว่า ธญฺํ นิมนฺติตา เจว ได้แก่ สิกขาบทที่ตรัสว่า ภิกษุณีใด พึงขอข้าวเปลือก ๑, ภิกษุณีใด รับนิมนต์แล้วก็ดี ห้ามโภชนะแล้วก็ดี พึง เคี้ยวของเคี้ยวก็ตาม พึงฉันของฉันก็ตาม ๑.
บทว่า อฏฺ จ ได้แก่ ปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท ที่ตรัสเพื่อภิกษุณี ทั้งหลาย.