มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๘ · หน้า ๑๖๘ · ข้อ 225
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ความว่า ย่อมพยายามอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วแก่ท่านผู้พาล ไม่ฉลาด

ธรรมดาแม้ท่านจักสำคัญคำที่พึงกล่าวมิใช่หรือ. บทว่า ปจฺจาโรเปติ

ความว่า กลับปรักปรำอย่างนี้ว่า แม้ท่านก็ต้องอาบัติชื่อนี้ ท่านจงทำคืน

อาบัตินั้นก่อน. บทว่า อญฺเนญฺํ ปฏิจรติ คือ ปกปิดด้วยเรื่องอื่น

ด้วยคำอื่น หรือกลบเกลื่อนเรื่องอื่น คำอื่น. ครั้นภิกษุอื่นกล่าวว่า ท่านต้อง อาบัติ ก็พูดว่า ใครต้อง ต้องอาบัติอะไร ต้องในที่ไหน ท่านพูดกะใคร ท่านพูดอะไร ดังนี้ ครั้นภิกษุอื่นพูดว่า ท่านได้เห็นอะไรๆ เห็นปานนี้ ก็ เบือนหู ว่าเราจะไม่ฟัง ดังนี้. บทว่า พหิทฺธา กถํ อปนาเมติ ความ ว่า ภิกษุนั้น ถูกภิกษุผู้เป็นโจทก์ ถามว่า ท่านต้องอาบัติชื่อนี้ ก็พูดว่า เรา ไปสู่เมืองปาตลิบุตร ครั้นภิกษุผู้โจทก์กล่าวอีกว่า พวกเราไม่ได้ถามถึงการไป เมืองปาฏลีบุตรของท่าน พวกเราถามถึงอาบัติ แต่นั้นก็กล่าวคำมีอาทิว่า ข้าพเจ้าไปสู่เมืองราชคฤห์ ท่านจงไปสู่เมืองราชคฤห์ หรือท่านต้องอาบัติใน บ้านพราหมณ์ ท่านได้เนื้อสุกรในบ้านพราหมณ์นั้น ดังนี้ ชื่อว่า พูดนอก

เรื่อง. บทว่า อปทาเน คือ ในความประพฤติของตน. บทว่า น สมฺ-

ปายติ ความว่า ภิกษุถูกภิกษุผู้เป็นโจทก์ถามถึงความประพฤติโดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนผู้มีอายุ ท่านอยู่ที่ไหน ท่านอาศัยใครอยู่. หรือว่าท่านพูดกะผู้ใด ผู้นั้น ต้องอาบัติอันข้าพเจ้าเห็นแล้ว ๆ หรือว่า ในสมัยนั้น ท่านทำอะไร ข้าพเจ้าทำ อะไร หรือ ท่านอยู่ที่ไหน ข้าพเจ้าอยู่ที่ไหน ดังนี้ ก็ไม่อาจเพื่อให้พอใจกล่าว. บทว่า ตตฺราวุโส ความว่า ดูก่อนุผู้มีอายุ ในธรรม ๑๖ ประการนั้น. บทว่า อตฺตนาว อตฺตานํ เอวํ อนุมานิตพฺพํ ความว่า พึงอนุมาน พึงชั่ง พึง เทียบเคียง พึงพิจารณาตนด้วยตนเองเทียว อย่างนี้. บทว่า อโหรตฺ- ตานุสิกฺขินา ความว่า ภิกษุเมื่อศึกษาแม้ตลอดวันตลอดคืน พึงศึกษากุศล ธรรมทั้งหลายทั้งกลางคืนและกลางวัน ยังปีติและความปราโมทย์นั้นเทียวให้