อาสนะต่ำในส่วนข้างหนึ่งนั่งแล้ว ภิกษุเจ้าถิ่นรูปหนึ่ง เข้าไปบิณฑบาตภาย หลัง ยืนแลดูที่ประตูบ้านนั่นเทียว กำหนดแล้วว่า "พระเถระนั่งบนเตียงเดียว กับธิดาอำมาตย์" จึงคิดว่า " ภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลนี้ อยู่ในวิหาร เหมือนสงบ เสงี่ยม แต่นั่งบนเตียงเดียวกันกับธิดาอำมาตย์ผู้อุปัฏฐากภายในบ้าน" แล้วตรวจดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า " อะไรหนอ เราเห็นระยำเสียแล้ว'' เป็นผู้สำคัญ อย่างนั้นแล้วหลีกไป ฝ่ายพระเถระฉันเสร็จแล้ว ไปวัด เข้าที่อยู่ของตน
ปิดประตูนั่งแล้ว. ฝ่ายภิกษุเจ้าถิ่น ฉันเสร็จแล้วก็ไปวัด คิดว่า ''เราจักข่มขู่
เธอ แล้วขับภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลออกจากวัด" แล้วไปที่อยู่ของพระเถระโดย ทำนองการเที่ยวไปอย่างผู้ไม่สำรวมแล้ว เอากระบวยตักน้ำจากหม้อน้ำสำ
หรับฉัน. ทำเสียงดังแล้วล้างเท้า. พระเถระรำพึงอยู่ว่า ''ผู้นี้ใครหนอแล
เป็นผู้เที่ยวไปไม่สำรวมแล้ว" รู้เรื่องทั้งหมดแล้วคิดว่า ''ผู้นี้อย่าได้เป็นผู้ให้ใจ ประทุษร้ายในเราแล้วเข้าถึงอบายเลย." แล้วเหาะขึ้นนั่งขัดสมาธิ
ใกล้มณฑลช่อฟ้า. ภิกษุเจ้าถิ่นจึงยกหม้อโดยอาการที่จะประทุษร้าย
ได้เปิดประตูเข้าไปข้างในไม่พบพระเถระ คิดว่า ''พระเถระจักเข้าไปใต้ เตียง" จึงตรวจดูไม่พบพระเถระ แม้ในที่นั้นอีก เริ่มจะออกไป. พระเถระจึง กระแอมขึ้น ภิกษุเจ้าถิ่นนอกนี้ แลขึ้นไปข้างบนเห็นแล้ว ไม่อาจจะอดทนได้ จึงกล่าวอย่างนี้ว่า "ท่านผู้ทรงผ้าบังสุกุล ผู้มีอายุ การนั่งบนเตียงเดียวกันกับ ธิดาอำมาตย์ผู้อุปัฏฐาก สมควรแก่ท่าน ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยอานุภาพอย่างนี้ หรือ ท่านผู้เจริญ ขึ้นชื่อว่า บรรพชิตทั้งหลาย นั่งบนเตียงเดียวกันกับมาตุ คามไม่ได้ ก็เหตุนี้ท่านเห็นว่าไม่ดีหรือ" พระขีณาสพทั้งหลาย ย่อมรักการ เข้าไปติเตียนผู้อื่นอย่างนี้."
บทว่า "เพราะสิ้นราคะ" ความว่า "เพราะความสิ้นไปแห่งราคะนั่น เอง ย่อมไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะปราศจากราคะ อธิบายว่า "ห้ามแล้ว เสพด้วยการพิจารณาหามิได้."