มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๓ · หน้า ๖๖ · ข้อ 379
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในราชกกุธภัณฑ์ทั้ง ๕ เหล่านั้น ปรากฏแต่ฉัตรเท่านั้น ไม่ปรากฏคนถือ. พระขรรค์ พัดใบตาล กำหางนกยุง พัดวาลวิชนี กรอบพระพักตร์ ก็ปรากฏ

เหมือนกัน. ไม่ปรากฏคนถือสิ่งเหล่านั้น. นัยว่าเทวดาทั้งหลายผู้ไม่ปรากฏคน

ถือเครื่องกกุธภัณฑ์เหล่านั้นไว้ครบทุกอย่าง. สมจริง ดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า

เทวดาทั้งหลาย ถือฉัตร มีมณฑล

ตั้งพัน มีซี่ไม่น้อยอยู่กลางอากาศ จามร

ด้ามทองก็เคลื่อนผ่านไป แต่ผู้ถือจามร

และฉัตรไม่ปรากฏ.

บทว่า สพฺพา จ ทิสา ท่านกล่าวถึงการตรวจดูทิศทั้งปวง ดุจ การแลดูทิศของบุรุษผู้ยืนเหนือพระมหาสัตว์ผู้กำลังย่างพระบาทไป ๗ ก้าว แต่

ข้อนี้ไม่ควรเห็นอย่างนั้น. แท้จริง พระมหาสัตว์พ้น จากมือของมนุษย์ทั้งหลาย

แล้ว ทรงแลดูทิศบูรพา. จักรวาลหลายพันได้ปรากฏเป็นเนินเดียวกัน. เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายในจักรวาลเหล่านั้น พากันบูชาด้วยเครื่องสักการะมี ของหอมและดอกไม้เป็นต้น แล้วพูดว่า ข้าแต่พระมหาบุรุษ ในโลกนี้ไม่มี แม้ผู้ที่จะเสมอกับพระองค์ได้ ที่ไหนจะมีผู้เหนือกว่าในรูปได้เล่า. พระมหา- สัตว์ทรงตรวจดูทิศทั้ง ๑๐ คือ ทิศใหญ่ ๔ ทิศน้อย ๔ ทิศเบื้องล่าง ๑ ทิศ เบื้องบน ๑ อย่างนี้ . มองไม่เห็นผู้เสมอด้วยพระองค์ ทรงกำหนดว่า นี้เป็น ทิศอุดร แล้วเสด็จไปโดยย่างพระบาทไป ๗ ก้าว. ในเรื่องนี้ พึงเห็นความ ดังพรรณนาอย่างนี้ . บทว่า อาสภึ แปลว่า สูงสุด. บทว่า อคฺโค แปลว่า ประเสริฐที่สุด คือเจริญที่สุด ได้แก่เหนือคนทั้งหมด โดยคุณทั้งหลาย สอง บทนอกนี้ เป็นไวพจน์ของบทว่า อคฺโค นั่นเอง. ท่านพยากร ์พระอรหัต ที่จะพึงบรรลุในอัตภาพนี้ด้วยบททั้งสองว่า อยมนฺติมา ชาติ นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.