ต่อมาวันหนึ่ง ชนบทชายแดนก่อกบฏ สุมนราชกุมาร จึงส่งข่าว ถวายพระราชา พระราชาทรงให้ตอบไปว่า พ่อตั้งเจ้าไว้ในตำแหน่ง นั้นเพราะเหตุไร สุมนราชกุมารนั้นปราบกบฏสงบแล้ว ส่งข่าวไป กราบทูลพระราชาว่า เทวะ ชนบทสงบราบคาบแล้ว พระเจ้าข้า. พระราชาทรงยินดีตรัสว่า ลูกพ่อจงรีบมา. สุมนราชกุมารนั้น มีอมาตย์ ประมาณพันคน ทรงปรึกษากับอมาตย์เหล่านั้นในระหว่างทางว่า พระราชบิดาของเราทรงยินดี ถ้าจะพระราชทานพรแก่เรา เราจัก
รับอะไร. ลำดับนั้น อมาตย์บางพวกทูลพระราชกุมารว่า โปรด
รับช้าง รับม้า รับชนบท รับรตนะ ๗ อีกพวกหนึ่งทูลว่า พระองค์ เป็นราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดิน ทรัพย์พระองค์ได้ไม่ยาก แต่ทรัพย์ นั้นแม้ได้แล้ว ก็จำต้องละไปทั้งหมด บุญต่างหากที่พระองค์จะพา ไปได้ เพราะฉะนั้น เมื่อสมมติเทพพระราชทานพร ขอพระองค์ โปรดรับพร คือการอุปัฏฐากพระปทุมุตตรผู้มีพระภาคเจ้า ตลอด
ไตรมาสเถิดพระเจ้าข้า. พระราชกุมารนั้นรับสั่งว่า พวกท่านเป็น
กัลยาณมิตรของเรา พวกท่านทำจิตคิดอยู่นี้ให้เกิดแก่เรา เรา จักทำอย่างนั้น แล้วเสด็จไปถวายบังคมพระราชบิดา ถูกพระ- ราชบิดาสวมกอดจุมพิตที่กระหม่อม แล้วตรัสว่า ลูกเอ๋ย พ่อจะ ให้พรแก่เจ้าดังนี้ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า กระหม่อม ฉันปรารถนาจะเป็นผู้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยปัจจัย ๔ ตลอดไตรมาส เพื่อทำชีวิตไม่ให้เป็นหมัน พระพุทธบิดาตรัส ว่า พ่อไม่อาจให้พรข้อนี้แก่ลูกได้ดอก พ่อจะให้พรอย่างอื่น
นะลูก. พระราชกุมารกราบทูลว่า ข้าแต่เทวะ ธรรมดาว่ากษัตริย์
ไม่ตรัสคำสองนะ พระเจ้าข้า ขอโปรดพระราชทานพรนี้แก่กระหม่อม-