อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๕ · หน้า ๔๒๐ · ข้อ 176
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อรรถกถาอุปวานสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอุปวานสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า วิชฺชายนฺตกโร โหติ ความว่า บุคคลทำที่สุดวัฏทุกข์ได้ ด้วยวิชชา คือทำทางวัฏทุกข์ทั้งสิ้นให้ขาดเสียสิ้นตั้งอยู่. แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้

เหมือนกัน. บทว่า สอุปาทาโน แปลว่า เป็นผู้ยังมีความยึดถืออยู่. บทว่า

อนฺตกโร อภวิสฺส คือบุคคลจักทำที่สุดแห่งวัฏทุกข์อยู่ได้. บทว่า จรณ- สมฺปนฺโน คือถึงพร้อมแล้วด้วยจรณธรรม ๑๕ ประเภท. บทว่า ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ อนฺตกโร โหติ ความว่า บุคคลรู้เห็นด้วยมรรคปัญญาตาม ความเป็นจริงแล้ว ชื่อว่า เป็นผู้ทำที่สุดแห่งวัฏทุกข์ตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น พระสารีบุตรเถระ จึงให้ปัญหาจบลงด้วยอดธรรมคือพระอรหัต.

จบอรรถกถาอุปวานสูตรที่ ๕

๖. อายาจนสูตร

ว่าด้วยบริษัท ๔ ปรารถนา

[๑๗๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธาเมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ เถิด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นตราชู เป็นประมาณ แห่งภิกษุทั้งหลายผู้สาวกของเรา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีผู้มีศรัทธา เมื่อ ปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระเขมาภิกษุณี

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อุปวานสูตร: ทำที่สุดทุกข์ได้ด้วยวิชชาและจรณะควบคู่กัน
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า