ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๙ · หน้า ๑๑ · ข้อ 1
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ประโยชน์และนำออกจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์. พระธรรมชื่อว่า สรณะ เพราะ

ให้สัตว์ข้ามพ้นกันดารคือภพ และให้ความโปร่งใจ. พระสงฆ์ ชื่อว่า สรณะ เพราะกระทำสักการะ แม้เล็กน้อย ให้กลับได้ผลอันไพบูลย์ เพราะฉะนั้น พระรัตนตรัยนั้น จึงชื่อว่า สรณะ โดยปริยายดังว่ามานี้.

จิตตุปบาทที่ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยนั้นและความเคารพในพระ รัตนตรัยนั้น กำจัดทำลายกิเลสเสียได้ เป็นไปโดยอาการคือความมีพระรัตนตรัย นั้น เป็นเบื้องหน้า หรือ ไม่มีผู้อื่นเป็นปัจจัย [ชักจูง] ชื่อว่า สรณคมน์. สัตว์ผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตตุปบาทนั้น ย่อมถึงพระรัตนตรัยนั้น เป็นสรณะ อธิบายว่า ย่อมเข้าถึงพระรัตนตรัย ด้วยจิตตุปบาท ที่มีประการดังกล่าวแล้ว อย่างนี้ว่า นี้เป็นสรณะของข้าพเจ้า นี้เป็นเครื่องนำหน้าของข้าพเจ้า. ก็บุคคล เมื่อจะเข้าถึง ย่อมเข้าถึงด้วยวิธีมาทานเหมือนอย่างนายพาณิชสองคนชื่อว่า ตปุสสะและภัลลิกะ เป็นต้น ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งสอง นั้น ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะ ขอพระผู้มี พระภาคเจ้าโปรดทรงจำข้าพระองค์ทั้งสองว่าเป็นอุบาสก" ดังนี้ก็ได้.

เข้าถึงด้วยวิธียอมเป็นศิษย์ เหมือนอย่างท่านพระมหากัสสปะเป็น ต้นว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นศาสดา ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก" ดังนี้ ก็ได้.

เข้าถึง ด้วยวิธีทุ่มตัวไปในพระรัตนตรัยนั้น เหมือนอย่างพรหมยุ- พราหมณ์ เป็นต้น ความบาลีว่า "เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ พรหมยุพราหมณี ก็ลุกจากอาสนะ กระทำผ้าห่มเฉวียงบ่า ประนม มือไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ เปล่งอุทาน ๓ ครั้งว่า นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, นโม ตสฺส ภควโต