ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๙ · หน้า ๒๖๐ · ข้อ 7
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พรรณนาคาถาว่า จตูหปาเยหิ

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการละกิเลสวัฏของพระโสดาบันนั้น อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อกิเลสวัฏนั้น มีอยู่ วิปากวัฏใดพึงมี เมื่อทรงแสดงการละ วิปากวัฏแม้นั้น เพราะละกิเลสวัฎนั้นได้จึงตรัสว่า จตูหปาเยหิ จ วิปฺป- มุตฺโต ในคำนั้น ชื่อว่าอบายมี คือ นิรยะ ติรัจฉานะ เปตติวิสยะและ อสุรกายะ อธิบายว่า พระโสดาบันนั้น แม้ยังถือภพ ๗ ก็หลุดพ้นจากอบาย ทั้ง ๘ นั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการละวิปากวัฏของพระโสดาบัน นั้นอย่างนี้แล้ว บัดนี้ กรรมวัฏใด เป็นมูลรากของวิปากวัฎนี้ เมื่อทรง แสดงการละกรรมวัฏแม้นั้น จึงตรัสว่า ฉ จาภิานานิ อภพฺโพ กาตุํ และไม่ควรทำอภิฐานะ ๖. ในคำนั้น บทว่า อภิานานิ ได้แก่ ฐานะอัน

หยาบ. พระโสดาบันนั้น ไม่ควรทำอภิฐานะนั้น. ก็อภิฐานะเหล่านั้น พึง

ทราบว่ากรรมคือ มาตุฆาต ฆ่ามารดา ปิตุฆาต ฆ่าบิดา อรหันตฆาต ฆ่า พระอรหันต์ โลหิตุปบาท ทำโลหิตของพระพุทธเจ้าให้ห้อ สังฆเภททำสงฆ์ให้ แตกกัน อัญญสัตถารุทเทส นับถือศาสดาอื่นคือเข้ารีต ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ในเอกนิบาต อังคุตตรนิกาย โดยนัยเป็นต้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ [สัมมาทิฏฐิ] จะพึงปลงชีวิตมารดาเสีย ไม่เป็น ฐานะ ไม่เป็นโอกาส [คือเป็นไปไม่ได้]. จริงอยู่ อริยสาวก ผู้ถึงพร้อมด้วย ทิฏฐิ ไม่พึงปลงชีวิตแม้แต่มดดำมดแดงก็จริง ถึงอย่างนั้น อภิฐานะ ๖ นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ ก็เพื่อตำหนิภาวะแห่งปุถุชน. แท้จริง ปุถุชนย่อม ทำแม้อภิฐาน ซึ่งมีโทษมากอย่างนี้ได้ ก็เพราะไม่ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ส่วน พระโสดาบัน ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ไม่ควรจะทำอภิฐานะเหล่านั้น. ส่วนการ

หัวข้อ (สรุปโดย AI) คุณของพระโสดาบันสัตตักขัตตุปรมะ - ไม่ถือภพที่ ๘ และละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๓
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า