ในไส้น้อยนั้น ก็กำหนดว่า ไส้น้อยย่อมไม่รู้ว่า เราพันไส้ใหญ่ภาย ในไส้ใหญ่ ๒๑ ขนดไว้ แม้ไส้ใหญ่ก็ไม่รู้ว่า ไส้น้อยพันเราไว้เปรียบเหมือน เชือก [เล็ก] ร้อยขดเชือกเช็ดเท้า [เชือกใหญ่] ย่อมไม่รู้ว่า เราร้อยขดเชือก เช็ดเท้าไว้ แม้ขดเชือกเท้าก็ไม่รู้ว่า เชือก [เล็ก] ร้อยเราไว้ ฉะนั้น. ด้วยว่าธรรมเหล่านั้น เว้นจากความคิดคำนึงและพิจารณา ฯลฯ ไม่ใช่บุคคล. โดยปริเฉท ก็กำหนดว่า ไส้น้อย ตัดตอนด้วยส่วนแห่งไส้น้อย. นี้เป็นการ กำหนดไส้น้อยนั้น โดยสภาคส่วนการกำหนดโดยวิสภาคก็เช่นเดียวกับผลนั่นแล. การกำหนดไส้น้อยโดยวรรณะเป็นต้น มีประการดังกล่าวมาฉะนี้.
อุทริยํ อาหารใหม่
ต่อแต่นั้นไป ก็กำหนดว่า โดยวรรณะ อาหารใหม่มีสีเหมือนอาหาร ที่กลืนเข้าไป โดยสัณฐานที่สัณฐานเหมือนข้าวสารที่ผูกหย่อนๆในผ้ากรองน้ำ โดยทิศ เกิดในทิศเบื้องบน. โดยโอกาส ตั้งอยู่ในท้อง ธรรมดาว่าท้อง เป็น พื้นของใส้ใหญ่ เสมือนโป่งลมที่เกิดเองตรงกลางผ้าเบียก ซึ่งถูกบีบทั้งสอง ข้าง ภายนอกเกลี้ยงเกลา ภายในพัวพันด้วยกองขยะเนื้อ เสมือนผ้าซับระดู เขรอะคล่ำคล่า อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่าเสมือนข้างในของผลขนุนต้ม ดังนี้ก็มี. ในท้องนั้น มีหนอนต่างด้วยหนอน ๓๒ ตระกูลอย่างนี้ คือ ตระกูลตักโกลกะ [ขนาดผลกระวาน] กัณฑุปปาทกะ [ขนาดไส้เดือน] ตาบหิรกะ [ขนาด เสี้ยนตาล] เป็นต้น คลาคล่ำ ไตกันยั้วเยี้ย อาศัยอยู่ประจำ ซึ่งเมื่อไม่มี อาหารมีน้ำและข้าวเป็นต้น ก็โลดแล่นต้องระงมชอนไชเนื้อหัวใจ และเวลา คนกลืนกินอาหารมีน้ำและข้าวเป็นต้นลงไป ก็เงยหน้าตาลีตาลานแย่งอาหาร ๒ - ๓ คำที่คนกลืนลงไปครั้งแรก [ท้อง] จึงกลายเป็นบ้านเกิด เป็นส้วมเป็น โรงพยาบาล และเป็นป่าช้าของหนอนเหล่านั้น เป็นที่เปรียบเหมือนในฤดูสารท ฝนเม็ดหยาบ ๆ ตกลงมาในบ่อโสโครกใกล้ประตูหมู่บ้านคนจันฑาล ซาก