จุลวรรค ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๘ · หน้า ๑๙๕ · ข้อ 319
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บรรดาติกะเหล่านี้ ๙ บท ใน ๓ ติกะต้น ทรงผสมทีละบท ๆ กับ ๒ บทนี้ คือ อธมฺเมน กตํ วคฺเคน กตํ ตรัสเป็น ๙ ติกะ.

รวมทั้งหมดจึงเป็น ๑๒ ติกะ ด้วยประการฉะนี้.

๑๒ ติกะนี้แล ตรัสไว้แม้ในสุกกปักษ์ ด้วยอำนาจแห่งฝ่ายเป็น ข้าศึกกัน.

สองบทว่า อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ มีความว่า ด้วยการ คลุกคลีกับคฤหัสถ์ มีความเป็นผู้มีความเศร้าโศกกับเขาเป็นต้น ซึ่ง ไม่สมควรแก่บรรพชิต.

ข้อว่า น อุปสมฺปาเทตพฺพํ เป็นต้น มีความว่า เป็นอุปัชฌาย์ อยู่แล้ว ไม่พึงให้กุลบุตรอุปสมบท, ไม่พึงให้นิสัยแก่ภิกษุอาคันตุกะ, ไม่ พึงรับสามเณรอื่นไว้ .

สองบทว่า อญฺา วา ตาทิสิกา ได้แก่อาบัติที่เสมอกัน.

บทว่า ปาปิฏฺตรา ได้แก่ อาบัติที่หนักกว่า

กรรม นั้น ได้แก่ ตัชชนียกรรม.

กรรมอันภิกษุเหล่าใดทำแล้ว ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่า ผู้ทำกรรม.

ข้อว่า น สวจนี ยํ กาตพฺพํ มีความว่า คนอันภิกษุใดโจท แล้วอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าจะฟ้องท่านเป็นจำเลยในคดีนี้ และท่านอย่าก้าวออก จากอาวาสนี้แม้ก้าวเดียว ตลอดเวลาที่อธิกรณ์นั้นยังระงับไม่เสร็จ ภิกษุ นั้นอันตนไม่พึงทำให้เป็นผู้ให้การ.

บทว่า น อนุวาโท มีความว่า ไม่พึงรับตำแหน่งหัวหน้าในวัด.