อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๘๐ · ข้อ 37
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บุคคลผู้มีสังโยชน์ ๒ จำพวก

[๓๗] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

{๒๘๑} สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรอยู่ที่ปราสาทของวิสาขามิคาร- มาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุ ทั้งหลายมากล่าวว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นตอบรับแล้ว ท่านพระสารีบุตร จึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า

“ผู้มีอายุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลที่มีสังโยชน์ภายใน๑ และบุคคลที่มี สังโยชน์ภายนอก๒ ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว”

ภิกษุเหล่านั้นตอบรับแล้ว ท่านพระสารีบุตรจึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า

บุคคลผู้มีสังโยชน์ภายใน เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศีล สำรวมด้วยการสังวรในพระปาติโมกข์ เพียบพร้อมด้วยอาจาระ(มารยาท)และโคจร(การเที่ยวไป) มีปกติเห็นภัยในโทษแม้ เล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ภิกษุนั้นหลังจากมรณภาพแล้วจะ ไปเกิดในหมู่เทพหมู่ใดหมู่หนึ่ง๓ เธอจุติจากอัตภาพนั้น เป็นอาคามี กลับมาสู่ความ เป็นมนุษย์นี้

บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มีสังโยชน์ภายใน เป็นอาคามี กลับมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้

บุคคลผู้มีสังโยชน์ภายนอก เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศีล สำรวมด้วยการสังวรในพระปาติโมกข์ เพียบพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย สมาทานศึกษา