ภิกขุนีวิภังค์
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓ · หน้า ๒๘๒ · ข้อ 1051 1052 1053
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระบัญญัติ

[๑๐๕๑] ก็ภิกษุณีใดจำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่ายด้วยฐานะ ๓ คือ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน หรือด้วยระแวงสงสัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ

สิกขาบทวิภังค์

{๓๕๓} [๑๐๕๒] คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด

คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มี พระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้

ที่ชื่อว่า จำพรรษาแล้ว คือ อยู่จำพรรษาต้น ๓ เดือน หรือพรรษาหลัง ๓ เดือน

ภิกษุณีพอทอดธุระว่า “ เราจะไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่ายด้วยฐานะ ๓ คือ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยิน หรือด้วยระแวงสงสัย” ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อนาปัตติวาร

ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

{๓๕๔} [๑๐๕๓] ๑. ภิกษุณีไม่ปวารณาในเมื่อมีอันตราย

๒. ภิกษุณีแสวงหาแล้วแต่ไม่ได้๑

๓. ภิกษุณีผู้เป็นไข้

๔. ภิกษุณีผู้มีเหตุขัดข้อง

๕. ภิกษุณีวิกลจริต

๖. ภิกษุณีต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๗ จบ

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อารามวรรค สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า