ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๐ · หน้า ๓๕๘ · ข้อ 105
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คำว่า ทรงมีชื่อตามความจริง ในคำว่า ท่านพราหมณาจารย์... ทรงมีชื่อ ตามความจริง อาตมภาพได้เข้าเฝ้ามาแล้ว อธิบายว่า ทรงมีชื่อตามความจริง คือ มีพระนามเช่นเดียวกัน ทรงมีชื่อที่มีความหมายอย่างเดียวกัน มีพระนามเช่นเดียว กับความจริง อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี พระผู้มีพระภาคพระ นามว่าสิขี พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู พระผู้มีพระภาคพระนามว่ากกุสันธะ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกนาคมนะ พระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ พระผู้- มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น มีพระนามเช่นเดียวกัน คือ ทรงมีชื่อที่มีความหมาย อย่างเดียวกัน แม้พระผู้มีพระภาคศากยมุนี ก็มีพระนามเช่นเดียวกัน คือ ทรงมีชื่อ ที่มีความหมายอย่างเดียวกันกับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น ฉะนั้น พระพุทธ- เจ้า จึงชื่อว่าทรงมีชื่อตามความจริง๑

คำว่า ท่านพราหมณาจารย์... อาตมภาพได้เข้าเฝ้ามาแล้ว อธิบายว่า พระผู้ มีพระภาคพระองค์นั้น อาตมภาพเข้าไปใกล้ ได้เข้าเฝ้ามาแล้ว คือ เข้าไปนั่งใกล้ ได้ทูลถาม ได้ทูลถามปัญหาแล้ว รวมความว่า ท่านพราหมณาจารย์...อาตมภาพ ได้เข้าเฝ้ามาแล้ว ด้วยเหตุนั้น พระปิงคิยะเถระจึงกล่าวว่า

ท่านพราหมณาจารย์ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้กำจัดความมืด มีสมันตจักขุ

ทรงถึงที่สุดโลก ทรงล่วงภพได้ทั้งหมด

ไม่มีอาสวะ ทรงละทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว

ทรงมีชื่อตามความจริง อาตมภาพได้เข้าเฝ้ามาแล้ว

[๑๐๕] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

ทิชะ(นก)พึงละป่าเล็กแล้วมาอาศัยป่าใหญ่

ที่มีผลไม้มากฉันใด อาตมภาพก็ฉันนั้น

ละคณาจารย์ผู้มีทรรศนะแคบ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค

เหมือนหงส์โผลงสู่สระใหญ่ (๔)