๑. ปัญญาในโสดาปัตติมรรค
๒. ปัญญาในโสดาปัตติผล
๓. ปัญญาในสกทาคามิมรรค
๔. ปัญญาในสกทาคามิผล
๕. ปัญญาในอนาคามิมรรค
๖. ปัญญาในอนาคามิผล
๗. ปัญญาในอรหัตตมรรค
๘. ปัญญาในอรหัตตผล
เหล่านี้ชื่อว่าปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔
ญาณวัตถุหมวดละ ๘ มีด้วยประการฉะนี้ (๑)
๙. นวกนิทเทส
{๘๓๘} [๘๐๘] บรรดาญาณวัตถุหมวดละ ๙ นั้น ปัญญาในอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ เป็นไฉน
ปัญญาในอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ คือ
๑. ปัญญาในปฐมฌานสมาบัติ
๒. ปัญญาในทุติยฌานสมาบัติ
๓. ปัญญาในตติยฌานสมาบัติ
๔. ปัญญาในจตุตถฌานสมาบัติ
๕. ปัญญาในอากาสานัญจายตนสมาบัติ
๖. ปัญญาในวิญญาณัญจายตนสมาบัติ
๗. ปัญญาในอากิญจัญญายตนสมาบัติ
๘. ปัญญาในเนวสัญญานาสัญญาย
ตนสมาบัติ
๙. ปัจจเวกขณญาณของโยคาวจรบุคคลผู้ออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ
เหล่านี้ชื่อว่าปัญญาในอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙
ญาณวัตถุหมวดละ ๙ มีด้วยประการฉะนี้ (๑)
๑๐. ทสกนิทเทส
๑. ฐานาฐานญาณ
(ปรีชาหยั่งรู้ฐานะและอฐานะ)๑
{๘๓๙} [๘๐๙] บรรดาญาณวัตถุหมวดละ ๑๐ นั้น พระตถาคตทรงทราบธรรมที่ เป็นฐานะโดยความเป็นฐานะและธรรมที่ไม่เป็นฐานะโดยความไม่เป็นฐานะ ตามความเป็นจริง เป็นไฉน