เห็นปานนี้ว่า เหตุการณ์อื่น เรานึกคิดพิจารณาใคร่ครวญแล้ว เรามีพวกมาก มีบริษัทมาก มี บริวารมาก ก็บริษัทนี้ เป็นพวกแต่ไม่พร้อมเพรียงกัน การเจรจาปราศรัยจงมีเพื่อความพร้อม เพรียง เราจักทำลายเขาอีก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมรำพัน. คำว่า ย่อมเศร้าโศก คือ ย่อมเศร้าโศก ลำบากใจ รำพันบอกคร่ำครวญ ถึงความหลงใหลว่า เขามีชัย เราปราชัย เขา มีลาภ เราเสื่อมลาภ เขามียศ เราเสื่อมยศ เขาได้ความสรรเสริญ เราได้ความนินทา เขามีสุข เรามีทุกข์ เขาได้รับสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรง ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลาน ปัจจัยเภสัชบริขาร เราไม่ได้รับสักการะเคารพนับถือบูชายำเกรง ไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนา สนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมรำพัน เศร้าโศก. คำว่า มีวาทะ เสื่อมไปแล้ว คือ มีวาทะเสื่อมไปแล้ว มีวาทะเลวทราม มีวาทะเสื่อมรอบ มีวาทะอันเขาให้ เสื่อมรอบ มีวาทะไม่บริบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ชนนั้นมีวาทะเสื่อมไปแล้ว ย่อมรำพัน เศร้าโศก.
[๒๘๗] คำว่า ทอดถอนใจอยู่ว่า เขาล่วงเลยเราแล้ว มีความว่า ทอดถอนใจอยู่ว่า เขาล่วง ล้ำ เกิน เลย ล่วงเลย ซึ่งวาทะเราด้วยวาทะเขา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เขาล่วง เลยเราไปแล้ว แม้ด้วยประการอย่างนี้. อีกอย่างหนึ่ง ทอดถอนใจอยู่ว่า เขากดขี่ครอบงำย่ำยีวาทะ เราแล้ว ย่อมประพฤติ อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ หมุนไป รักษา เป็นไป ยังอัตภาพให้เป็นไป เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า เขาล่วงเลยเราไปแล้ว แม้ด้วยประการอย่างนี้. การพูดเพ้อ การบ่นเพ้อ การ พร่ำเพ้อ อาการพร่ำเพ้อ ความเป็นแห่งอาการพร่ำเพ้อ เรียกว่าทอดถอนใจอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทอดถอนใจอยู่ว่า เขาล่วงเลยเราแล้ว. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
ชนผู้พิจารณาปัญหา กล่าววาทะของชนนั้นว่าเลว คัดค้านให้ตกไป ชน
นั้นมีวาทะเสื่อมไปแล้ว ย่อมรำพัน เศร้าโศก ทอดถอนใจอยู่ว่า เขา
ล่วงเลยเราแล้ว.
[๒๘๘] ความวิวาทกันเหล่านี้ เกิดแล้วในสมณะทั้งหลาย ความยินดีและความ
ยินร้าย ย่อมมีในเพราะความวิวาทเหล่านั้น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว
พึงงดเว้นการค้านกัน เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญ ย่อม