ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับหลวง · เล่ม ๒๙ · หน้า ๒๙๘ · ข้อ 634 635 636 637
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๖๓๔] ชื่อว่า ตัณหา ในคำว่า ยังไม่ปราศจากตัณหาในภพน้อยภพใหญ่ คือ รูป ตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา. คำว่า ในภพน้อย ภพใหญ่ ความว่า ในภพน้อยและภพใหญ่ คือ ในกรรมวัฏ และวิปากวัฏ ในกรรมวัฏเป็น เครื่องเกิดในกามภพ ในวิปากวัฏ เป็นเครื่องเกิดในกามภพ ในกรรมวัฏเป็นเครื่องเกิดในรูป ภพ ในวิปากวัฏ เป็นเครื่องเกิดในรูปภพ ในกรรมวัฏเป็นเครื่องเกิดในอรูปภพ ในวิปากวัฏ เป็นเครื่องเกิดในอรูปภพ ในความเกิดบ่อยๆ ในความไปบ่อยๆ ในความเข้าถึงบ่อยๆ ใน ปฏิสนธิบ่อยๆ ในความบังเกิดขึ้นแห่งอัตภาพบ่อยๆ คำว่า ยังไม่ปราศจากตัณหา ความว่า ยังไม่ปราศจากตัณหา ยังไม่หมดตัณหา ยังไม่สละตัณหา ยังไม่สำรอกตัณหา ยังไม่ปล่อย ตัณหา ยังไม่ละตัณหา ยังไม่สละคืนตัณหา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ยังไม่ปราศจากตัณหาใน

ภพน้อยภพใหญ่. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า

พวกสมณพราหมณ์ อาศัยตบะที่เกลียดชังนั้น อาศัยรูปที่เห็นเสียง

ที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่ทราบ ผู้กล่าวความหมดจดในสงสารข้างหน้า

ยังไม่ปราศจากตัณหาในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมพร่ำพูดถึงความหมดจด.

[๖๓๕] วัตถุทั้งหลายเป็นของอันผู้ปรารถนาชอบใจ อนึ่ง ความหวั่นไหว ย่อม

มีในเพราะวัตถุทั้งหลายที่กำหนดแล้ว ความเคลื่อนและความเข้าถึงมิได้

มีแก่ภิกษุใดในธรรมวินัยนี้ ภิกษุนั้นพึงหวั่นไหวด้วยเหตุอะไร? พึง

ชอบใจในที่ไหน? (ไม่หวั่นไหว ไม่ชอบใจอะไรๆ).

[๖๓๖] คำว่า วัตถุทั้งหลาย เป็นของอันบุคคลผู้ปรารถนาชอบใจความว่า ตัณหา เรียกว่าความปรารถนา ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌาโลภะ อกุศลมูล. คำว่า ปรารถนา ความว่า ปรารถนา อยากได้ ยินดี รักใคร่ ชอบใจ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ปรารถนา. คำว่า ชอบใจ ความว่า ตัณหา เรียกว่าความชอบใจ ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะอกุศลมูล เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นของอันบุคคลผู้ปรารถนาชอบใจ.

[๖๓๗] ชื่อว่า ความกำหนด ในคำว่า ความหวั่นไหว ย่อมมีในเพราะวัตถุทั้งหลาย ที่กำหนดแล้ว ได้แก่ความกำหนด ๒ อย่าง คือ ความกำหนดด้วยตัณหา ๑ ความกำหนดด้วย