ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับหลวง · เล่ม ๒๙ · หน้า ๓๐๗ · ข้อ 669 670
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็ไม่มี ความละด้วยตัดขาดซึ่งกิเลสทั้งหลายก็ไม่มี ความตัดขาดซึ่งสังขารวัฏก็ไม่มี เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า หากว่าสมณพราหมณ์ผู้หนึ่งได้เห็นแล้ว สมณพราหมณ์ผู้นั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วย การเห็นนั้นเล่า?

[๖๖๙] คำว่า พวกสมณพราหมณ์ล่วงเสียแล้ว ย่อมกล่าวความหมดจด ด้วยทัสสนะอื่น ความว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นล่วงเลย ก้าวล่วง เป็นไปล่วงแล้ว ซึ่งทางแห่งความหมดจด ทางแห่งความหมดจดวิเศษ ทางแห่งความหมดจดรอบทางขาว ทางขาวรอบ ย่อมกล่าว บอก พูด แสดง แถลง ซึ่งความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ อื่นจากสติปัฏฐาน อื่นจากสัมมัปปธาน อื่นจากอิทธิบาท อื่นจากอินทรีย์ อื่นจากพละ อื่นจากโพชฌงค์ อื่นจากอริยมรรคมีองค์ ๘ ด้วยทิฏฐิ แม้ด้วยเหตุ อย่างนี้ดังนี้ จึงชื่อว่าพวกสมณพราหมณ์ล่วงเสียแล้ว ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยทัสสนะอื่น. อีกอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ดี พระพุทธสาวกทั้งหลายก็ดี พระปัจเจกพุทธะทั้งหลายก็ดี ล่วงเลย ก้าวล่วง เป็นไปล่วงแล้ว ซึ่งทางแห่งความไม่หมดจด ทางแห่งความไม่หมดจดวิเศษ ทางแห่งความไม่หมดจดรอบ ทางไม่ขาว ทางไม่ขาวรอบ โดยทิฏฐิแห่งสมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมกล่าว บอก พูด แสดง แถลง ซึ่งความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ดังนี้ จึงชื่อว่า พระอริยะ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานล่วงเสียแล้ว ย่อมกล่าว ความหมดจดด้วยธรรมอื่น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า

สมณพราหมณ์บางพวก ย่อมเชื่อความหมดจดด้วยทิฏฐิว่า เราย่อมรู้

ย่อมเห็นความหมดจดนั้นจริงแท้ หากว่าสมณพราหมณ์ผู้หนึ่งได้เห็นแล้ว

สมณพราหมณ์ผู้เห็นนั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วยการเห็นนั้นเล่า? พวก

สมณพราหมณ์ล่วงเสียแล้ว ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยทัสสนะอื่น.

[๖๗๐] นรชนเมื่อเห็นก็เห็นนามรูป หรือเห็นแล้วก็จักรู้นามรูปเหล่านั้นเท่านั้น

นรชนเห็นนามรูปมากบ้างน้อยบ้างโดยแท้ ถึงอย่างนั้น ผู้ฉลาดทั้งหลาย

ย่อมไม่กล่าวความหมดจดเพียงความเห็นนามรูปนั้นเลย.