ภวราคสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง
อิสสาสัญโญชน์ และมัจฉริยสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสส เวทนา ๒ ดวง
อวิชชาสัญโญชน์ บังเกิดอกุศลทั้งปวง
สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สัญโญชนธรรม.
ธรรมไม่เป็นสัญโญชน์ เป็นไฉน?
อกุศลที่เหลือ เว้นสัญโญชน์ทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพ ยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นสัญโญชน์.
[๙๒๐] ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน?
กุศลในภูมิ ๗ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
[๙๒๑] ธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ เป็นไฉน?
อกุศลที่เหลือ เว้นโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรม ธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์
ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์ เป็นไฉน?
โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์.
[๙๒๒] ธรรมเป็นสัญโญชน์ และเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน?
สัญโญชน์เหล่านั้นแล ชื่อว่า ธรรมเป็นสัญโญชน์ และเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ แต่ไม่เป็นสัญโญชน์ เป็นไฉน?
อกุศลที่เหลือ เว้นสัญโญชน์ทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤต ในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ แต่ไม่เป็น สัญโญชน์.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นสัญโญชน์ และเป็นอารมณ์ ของสัญโญชน์ก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ แต่ไม่เป็นสัญโญชน์ก็ไม่ได้.