[๙๙๒] ฉันทราคเคหสิตธรรม ๖ เป็นไฉน
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันอิงอาศัยกามคุณ ในรูปที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในรสที่น่าชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่น่าชอบใจ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนัก แห่งจิตอันอิงอาศัยกามคุณ ในธรรมารมณ์ที่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า ฉันทราคเคหสิต ธรรม ๖
[๙๙๓] วิโรธวัตถุ ๖ เป็นไฉน
ความอาฆาต ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯ ความดุร้าย ความปากร้าย ความ
ไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในรูปที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในเสียงที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในกลิ่นที่ไม่น่า
ชอบใจ ฯลฯ ในรสที่ไม่น่าชอบใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะที่ไม่น่าชอบใจ ความอาฆาต ความกระ
ทบกระทั่งแห่งจิต ฯลฯความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต ในธรรมารมณ์
ที่ไม่น่าชอบใจเหล่านี้เรียกว่า วิโรธวัตถุ ๖
[๙๙๔] ตัณหากาย ๖ เป็นไฉน
รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา เหล่านี้เรียกว่า ตัณหากาย ๖
[๙๙๕] อคารวะ ๖ เป็นไฉน
บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังในพระศาสดา ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในพระธรรม ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯ ในพระสงฆ์ ประพฤติเป็นไปอยู่ ฯลฯในสิกขา ประพฤติเป็น ไปอยู่ ฯลฯ ในความไม่ประมาท ประพฤติเป็นไปอยู่บุคคลไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังใน การปฏิสันถาร ประพฤติเป็นไปอยู่เหล่านี้เรียกว่า อคารวะ ๖
[๙๙๖] ปริหานิยธรรม ๖ เป็นไฉน
ความยินดีในการก่อสร้าง ความยินดีในการสนทนา ความยินดีในการหลับนอน ความยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่ ความยินดีในการอยู่ร่วมกัน ความยินดีในธรรมเป็นเหตุให้ เนิ่นช้าเหล่านี้เรียกว่า ปริหานิยธรรม ๖