ปัฏฐาน ภาค ๑
ฉบับหลวง · เล่ม ๔๐ · หน้า ๒๕๑ · ข้อ 554
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อุตุเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย

โภชนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย

เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย ปัจจัย

สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ ทางกาย และผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย

ผลสมาบัติ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

พระอรหันต์อาศัยสุขทางกาย ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้ เกิดขึ้น เข้าถึงกิริยาสมาบัติ ที่ เกิดขึ้น แล้ว พิจารณาสังขารโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

พระอรหันต์อาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น เข้ากิริยาสมาบัติที่เกิดขึ้น แล้วพิจารณาสังขารโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

[๕๕๔] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย

มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ

ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่พระเสขะทั้งหลาย กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย

ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล โดยอุปนิสสยปัจจัย

ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ โดยแก่บุคคลอาศัยสุขทางกาย แล้วให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญา ให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น

บุคคลอาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ แล้วให้ทาน สมาทานศีล กระทำ อุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้ เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น

สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย