ปัฏฐาน ภาค ๔

ฉบับ มมร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๘๘ · ๗๙๘ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๖ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๔ อนุโลมทุกปัฏฐาน เปิดเรื่อง — เหตุทุกะ (ทุกะที่ ๑) ปฏิจจวาร เปิดคัมภีร์ใหญ่ที่ ๒ (ทุกปัฏฐาน) ด้วยทุกะแรก: เหตุธรรม (เหตุ ๖: โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ) เทียบกับนเหตุธรรม (ทุกอย่างที่ไม่ใช่เหตุ) ปฏิจจวาระเผยโครงสร้างการอิงอาศัยกันภายในกลุ่มเหตุ ๖ ตัว: อโลภะเป็นฐานให้อโทสะ/อโมหะ (เหตุฝ่ายกุศลเกิดร่วมกันเสมอ) ฝ่ายอกุศลมีรูปแบบเจาะจง (โมหะเกิดร่วมกับโลภะหรือโทสะได้ แต่โลภะกับโทสะไม่เกิดร่วมกัน) ปัจจนียนัยสั้นกว่ามากเพราะเงื่อนไขจำกัด
  2. หน้า ๑๕–๔๙ เหตุทุกะ ปัญหาวาร ครบ ๒๔ ปัจจัย + จบทุกะ + อรรถกถาเปิดทุกปัฏฐาน ไล่ตรวจสอบทีละปัจจัยจนครบ ๒๔ ปัจจัยอย่างเป็นระบบ อารัมมณปัจจัยแสดงกรณีธรรมเป็นอารมณ์แก่กัน รวมพระอริยะพิจารณานิพพาน มรรค ผล และปุถุชนพิจารณากิเลสที่เคยเกิด อธิปติปัจจัยแยกอารัมมณาธิปติกับสหชาตาธิปติ อุปนิสสยปัจจัยแสดงปกตูปนิสสยะที่ธรรมหนึ่งเป็นที่อาศัยตามปกติของกุศล/อกุศลอื่น ปิด "เหตุทุกะ จบ" จากนั้นอรรถกถาสั้นๆ ประกาศว่าทุกะต่อๆ ไปหลายทุกะจะมีคำวิสัชนาเหมือนเหตุทุกะหรือเหมือนโคจฉกะที่เคยอธิบายแล้วในติกปัฏฐาน — สัญญาณการย่อที่จะตามมา
  3. หน้า ๕๐–๖๙ สเหตุกทุกะ (ทุกะที่ ๒) — ปฏิจจวาร สเหตุกธรรม (จิต-เจตสิกที่สัมปยุตด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง) เทียบกับอเหตุกธรรม (จิตปราศจากเหตุ, รูป) แม้อรรถกถาบอกว่าเหมือนเหตุทุกะ แต่พระบาลีจริงยังคงแจกแจงเต็มรูปแบบอีกครั้ง จุดเด่น: โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา/อุทธัจจะถูกยกเป็นตัวอย่างหลักของ "เหตุที่ไม่มีเหตุคู่" (โมหะเดี่ยวไม่มีเหตุร่วม)
  4. หน้า ๗๐–๘๗ สเหตุกทุกะ — ปัจจยวาร + สังสัฏฐวาร ปัจจยวารขยายปฏิจจวาระให้ครอบคลุมทุกทิศทางของการเป็นปัจจัยมากขึ้น นิสสยวาระอ้างอิงว่าเหมือนปัจจยวาระ สังสัฏฐวาระเปลี่ยนกริยาเป็น "เจือกับ" (สภาวะปนเปกันของนามธรรมที่เกิดร่วมกัน) จำกัดเฉพาะอรูปภูมิเสมอ สัมปยุตตวาระอ้างอิงว่าเหมือนสังสัฏฐวาระ
  5. หน้า ๘๘–๑๐๓ สเหตุกทุกะ — ปัญหาวาร อนุโลม (เหตุ-อุปนิสสยปัจจัย) อารัมมณปัจจัยขยายความกรณีพระอริยะพิจารณามรรคผลนิพพาน กิเลสที่ละแล้ว ปุถุชนพิจารณาขันธ์โดยไตรลักษณ์ อนันตรปัจจัยมีเนื้อหาเรื่องจุติจิต-ปฏิสนธิจิต ภวังค์ อาวัชชนะ วุฏฐานะที่สลับระหว่างสเหตุกธรรม-อเหตุกธรรมตามลำดับจิต อุปนิสสยปัจจัยแสดงสุขทางกาย/ทุกข์ทางกาย/อุตุ/โภชนะ/เสนาสนะเป็นที่อาศัยให้เกิดสุข ทุกข์ หรือแม้แต่โมหะได้ตามปกติ
  6. หน้า ๑๐๔–๑๒๓ สเหตุกทุกะ — ปัญหาวาร (ปุเรชาต-อวิคต)+ปัจจนีย+จบทุกะ ปุเรชาต/ปัจฉาชาตปัจจัยแสดงบทบาทของหทยวัตถุและอายตนะ ๕ เป็นปัจจัยเกิดก่อน กัมม/วิปากปัจจัยแยกสหชาตะกับนานาขณิกะชัดเจน อัตถิปัจจัย (ปัจจัยกว้างที่สุด) ถูกแจกแจงละเอียดที่สุด ปิด "สเหตุกทุกะ จบ"
  7. หน้า ๑๒๔ เหตุสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๓) — ย่อทั้งหมดในหน้าเดียว ทุกะแรกที่ถูกย่อเต็มรูปแบบ: เหตุสัมปยุตตธรรม/เหตุวิปปยุตตธรรม (ธรรมที่ประกอบกับเหตุ vs ไม่ประกอบ) แสดงเพียง ๒ กรณีแรกของเหตุปัจจัยแล้วปิดด้วย "พึงให้พิสดารเหมือนกับสเหตุกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน" — ยืนยันรูปแบบการอ้างอิงข้ามที่จะเป็นมาตรฐานต่อไป
  8. หน้า ๑๒๕–๑๕๓ เหตุสเหตุกทุกะ (ทุกะที่ ๔) — ครบ+จบ ทุกะผสมซ้อนสองมิติ (เหตุธรรม×สเหตุกธรรม) แบ่งเป็น ๔ กลุ่มธรรม แม้ซับซ้อนกว่าเดิมแต่ไม่ถูกย่อทันที — ปฏิจจวาระแจกแจงครบ ๙ วาระของเหตุปัจจัยอีกครั้งด้วยตัวอย่างอโลภะ/อโทสะ/อโมหะและวงจรโลภะ-โมหะ-โทสะ ปัญหาวาระไล่ปัจจัยที่เหลือ (อารัมมณ อธิปติ อนันตร-นิสสย อุปนิสสย อาเสวน กัมม วิปาก อาหาร อินทริย ฌาน มัคค-อวิคต) ปิด "เหตุสเหตุกทุกะ จบ"
  9. หน้า ๑๕๔ เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๕) — ตัวอย่างการย่อสุดขั้ว แสดงเฉพาะปฏิจจวาระเหตุปัจจัยข้อเดียวแล้วสรุปทันทีว่าพึงให้พิสดารเหมือนเหตุสเหตุกทุกะไม่มีแตกต่างกัน — ทุกวาระ ทุกปัจจัยทั้ง ๒๔ ตัว ในทั้ง ๖ วาระใหญ่ถูกยุบเหลือการอ้างอิงเดียว เพราะขอบเขตธรรมตรงกับทุกะก่อนหน้าเกือบสนิท
  10. หน้า ๑๕๕–๑๖๕ นเหตุสเหตุกทุกะ (ทุกะที่ ๖) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร ตรวจธรรมที่ไม่ใช่ตัวเหตุเอง แบ่งเป็นนเหตุสเหตุกธรรม (ไม่ใช่เหตุแต่ยังประกอบด้วยเหตุ) กับนเหตุอเหตุกธรรม (ไม่ใช่เหตุและไม่มีเหตุประกอบเลย ครอบคลุมรูปทั้งหมดและวิบาก/กิริยาจิตไร้เหตุ) ปัจจนียนัยเจาะจงเฉพาะสภาวะอเหตุกะ (รวมโมหะที่สหรคตวิจิกิจฉา/อุทธัจจะ)
  11. หน้า ๑๖๖–๑๙๐ นเหตุสเหตุกทุกะ — ปัญหาวาร ครบ+นับวาระ+จบทุกะ จุดสำคัญ: มีเพียงพระอริยะที่พิจารณานิพพานเท่านั้นจึงจะได้นเหตุสเหตุกธรรมเป็นผล (เพราะมรรค/ผลจิตประกอบด้วยเหตุ) ขณะที่ตทารัมมณจิตหลังกุศล-อกุศลดับมักเป็นนเหตุอเหตุกธรรม (วิบากไร้เหตุ) อุปนิสสยปัจจัยแสดงสุข-ทุกข์ทางกายเป็นนเหตุอเหตุกธรรมที่หนุนกรรมต่อไปได้ ปิด "นเหตุสเหตุกทุกะ จบ"
  12. หน้า ๑๙๑–๒๐๐ สัปปัจจยทุกะ (ทุกะที่ ๗) — ย่อมาก สัปปัจจยธรรม (มีปัจจัย) เทียบกับอัปปัจจยธรรม (ไม่มีปัจจัย — มีแต่นิพพานเท่านั้น) เพราะสังขตธรรมแทบทั้งหมดเป็นสัปปัจจยะ ทุกวาระและแทบทุกปัจจัยนับได้เพียง ๑ วาระซ้ำๆ ยกเว้นจุดที่นิพพานเป็นอารมณ์ (อารัมมณ/อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ)
  13. หน้า ๒๐๑ สังขตทุกะ (ทุกะที่ ๘) — ย่อสุดขั้วในหน้าเดียว สังขตธรรม (ปรุงแต่ง) กับอสังขตธรรม (นิพพาน) มีขอบเขตตรงกับสัปปัจจย/อัปปัจจยทุกะก่อนหน้าพอดี จึงระบุทันทีว่าเหมือนสัปปัจจยทุกะไม่มีแตกต่างกัน
  14. หน้า ๒๐๒–๒๑๑ สนิทัสสนทุกะ (ทุกะที่ ๙) — ปฏิจจวาร ถึง นิสสยวาร สนิทัสสนธรรม (รูปที่เห็นได้ — มีเพียงรูปายตนะ/สี) กับอนิทัสสนธรรม (เห็นไม่ได้ทั้งหมด — จิต เจตสิก รูปอื่น นิพพาน) เพราะขอบเขตแคบมาก สนิทัสสนธรรมจึงปรากฏแค่ในฐานะผลที่เกิดจากมหาภูตรูปหรือจิต แทบไม่เคยเป็นเหตุให้สิ่งอื่นนอกจากเป็นอารมณ์แก่จักขุวิญญาณ
  15. หน้า ๒๑๒–๒๓๒ สนิทัสสนทุกะ — สังสัฏฐวาร ถึง ปัญหาวาร + จบทุกะ อารัมมณปัจจัยระบุชัดว่าสนิทัสสนธรรม (รูปที่เห็นได้) เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรมได้ทางเดียว (ผ่านจักขุวิญญาณ/การพิจารณาความไม่เที่ยงของรูป) แต่ไม่มีทิศทางย้อนกลับเกิน ๑ แบบ อธิปติ/ปุเรชาต/ปัจฉาชาต/กัมม/วิปปยุตต/อัตถิปัจจัยแสดงการพึ่งพิงทางกายภาพระหว่างรูปที่เห็นได้-เห็นไม่ได้อย่างละเอียด ปิด "สนิทัสสนทุกะ จบ"
  16. หน้า ๒๓๓–๒๔๕ สัปปฏิฆทุกะ (ทุกะที่ ๑๐) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร สัปปฏิฆธรรม (รูปที่กระทบได้ — มหาภูตรูปและรูปายตนะ-โผฏฐัพพายตนะ) กับอัปปฏิฆธรรม (รูปละเอียดที่ไม่กระทบ เช่นอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ กวฬีการาหาร บวกจิตเจตสิกและนิพพาน) ปฏิจจวาระไล่ครบ ๙ การณ์อย่างละเอียด (มหาภูตรูปอาศัยกันเอง อาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูป จักขายตนะ-รสายตนะอาศัยโผฏฐัพพายตนะ)
  17. หน้า ๒๔๖–๒๖๘ สัปปฏิฆทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ไล่ปัจจัยฐานะเป็นปัจจัยแก่ระหว่างสัปปฏิฆ-อัปปฏิฆธรรมตามสูตรมาตรฐาน อัตถิปัจจัยขยายละเอียดมากเป็นพิเศษ (สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ อินทริยะ) สะท้อนว่าครอบคลุมความสัมพันธ์ทางรูปธรรมได้กว้างที่สุด ปิด "สัปปฏิฆทุกะ จบ"
  18. หน้า ๒๖๙–๒๘๑ รูปีทุกะ (ทุกะที่ ๑๑) — ปฏิจจวาร ถึง สังสัฏฐวาร วิเคราะห์รูปธรรม-อรูปธรรมอิงอาศัยกัน ๙ รูปแบบ เช่นมหาภูตรูปอิงกัน จิตตสมุฏฐานรูปอิงมหาภูตรูป ขันธ์อรูปอิงหทยวัตถุขณะปฏิสนธิ ปัจจยวาระเพิ่มกรณีอารัมมณปัจจัย (จักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะ)
  19. หน้า ๒๘๒–๓๐๐ รูปีทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ อารัมมณ/ปุเรชาตปัจจัยแสดงพิจารณาจักษุ/หทยวัตถุเป็นอารมณ์ไม่เที่ยง เห็นด้วยทิพยจักขุ อภิญญาต่างๆ ที่อาศัยรูปธรรมเป็นอารมณ์ กัมมปัจจัยแสดงเจตนาอรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป/กฏัตตารูปทั้งแบบสหชาตะและนานาขณิกะ ปิด "รูปีทุกะ จบ"
  20. หน้า ๓๐๑–๓๐๙ โลกิยทุกะ (ทุกะที่ ๑๒) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร รูปแบบเดียวกับรูปีทุกะ แต่เพิ่มกรณีโลกุตตรธรรม (มรรคจิต/ผลจิต) อาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้นเหมือนจิตอื่น
  21. หน้า ๓๑๐–๓๓๒ โลกิยทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ + อรรถกถาทุกปัฏฐาน นิพพานเป็นอารมณ์ของมรรค/ผล/โคตรภู/โวทาน ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ บริกรรมแห่งมรรคที่ ๑-๔ เป็นปัจจัยแก่มรรคนั้นๆ มรรคที่ ๑ เป็นปัจจัยแก่มรรคที่ ๒ (แสดงลำดับการบรรลุ) อรรถกถาสั้นๆ ระบุว่าทุกะหลายคู่ (โลกิยทุกะ สาสวทุกะ สัญโญชนียทุกะ คันถนียทุกะ นีวรณียทุกะ ปรามัฏฐทุกะ สังกิเลสิกทุกะ ฯลฯ) มีเนื้อความเหมือนกันหมด — อธิบายเหตุที่เนื้อหาซ้ำมากในทุกปัฏฐาน
  22. หน้า ๓๓๓–๓๓๘ เกนจิวิญเญยยทุกะ (ทุกะที่ ๑๓) — ย่อรวบรัดที่สุด+จบ วาระอื่นนอกปฏิจจวาระถูกอ้างอิงแบบเดียวกันทั้งหมดโดยไม่แจกแจงซ้ำ ทุกะสั้นที่สุดเท่าที่พบในเล่มนี้
  23. หน้า ๓๓๙–๓๕๐ อาสวทุกะ (ทุกะที่ ๑๔) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร เด่นด้วยจักรนัยของอาสวะ ๔ ชนิด (กามาสวะ ทิฏฐาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ) อิงอาศัยกันสลับคู่ทุกแบบ
  24. หน้า ๓๕๑–๓๗๘ อาสวทุกะ — ปัญหาวาร (ยาวที่สุดในกลุ่มนี้) + จบทุกะ อารัมมณ/อธิปติปัจจัยแสดงการเพลิดเพลินหนักแน่นในอาสวะทำให้อาสวะใหม่เกิด (ราคะ ทิฏฐิ) อุปนิสสยปัจจัยแสดงศรัทธา ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่อาสวธรรม อัตถิปัจจัยแสดงจักรนัยของอาสวะ ๔ ชนิดอย่างละเอียดครบทุกคู่ ปิด "อาสวทุกะ จบ"
  25. หน้า ๓๗๙–๓๘๐ สาสวทุกะ (ทุกะที่ ๑๕) — ย่อสั้นที่สุด+จบ อ้างอิงตรงว่าเหมือนโลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะทุกประการ ยกทั้งทุกะโดยไม่แจกแจง
  26. หน้า ๓๘๑–๔๓๔ อาสวสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๑๖) — ครบ+จบ อาสวสัมปยุตตธรรม (ประกอบด้วยอาสวะ) กับอาสววิปปยุตตธรรม (ไม่ประกอบ) มีตัวอย่างจริงที่อธิบายความหมาย เช่นการให้ทาน รักษาศีล ออกจากฌาน พิจารณามรรคผลนิพพาน เป็นอาสววิปปยุตตธรรมที่เป็นอารมณ์แก่ตนเอง แต่เมื่อธรรมเดียวกันนั้นถูกยึดด้วยราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา หรือโทมนัส ก็กลายเป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรม — แสดงกลไกว่ากิเลสหมักดองเกิดจากการเข้าไปยึดสิ่งที่เป็นกุศลหรือเป็นกลางได้เช่นกัน ปิด "อาสวสัมปยุตตทุกะ จบ"
  27. หน้า ๔๓๕–๔๕๔ อาสวสาสว(๑๗)+อาสวอาสวสัมปยุตต(๑๘)+อาสววิปปยุตตสาสว(๑๙) — จบกลุ่มอาสวโคจฉกะ ใช้จักรนัยกับอาสวะ ๔ ที่อิงอาศัยกันเป็นทอดๆ (เช่นอวิชชาสวะอาศัยกามาสวะ ทิฏฐาสวะอาศัยภวาสวะ) แล้วทดสอบว่าธรรมเหล่านั้นเป็นสาสวะหรืออาสวสัมปยุตต/วิปปยุตตด้วยหรือไม่ ส่วนใหญ่อ้างอิงกลับไม่มีเนื้อหาใหม่มากนัก ปิดกลุ่มด้วย "อาสววิปปยุตตสาสวทุกะ จบ" และ "อาสวโคจฉกะ จบ"
  28. หน้า ๔๕๕–๔๘๓ สัญโญชนทุกะ(๒๐)+สัญโญชนิยทุกะ(๒๑, ย่อ) สัญโญชนทุกะจับคู่สัญโญชนธรรม (สังโยชน์ ๑๐: กามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ภวราคะ อิสสา มัจฉริยะ อวิชชา) กับธรรมที่ไม่ใช่สัญโญชน์ มีตัวอย่างลูกโซ่จริงที่แสดงว่าสังโยชน์ตัวหนึ่งอาศัยอีกตัวหนึ่งเกิด เช่นทิฏฐิ/อวิชชาอาศัยกามราคะ อิสสา/มัจฉริยะอาศัยปฏิฆะ ภวราคะอาศัยมานะ — สะท้อนว่ากิเลสจำพวกสังโยชน์เป็นเครือข่ายที่หนุนเนื่องกัน สัญโญชนิยทุกะสั้นมาก อ้างอิงว่าเหมือนโลกิยทุกะ
  29. หน้า ๔๘๔–๔๙๙ สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๒๒) — ปฏิจจวาร ถึง สังสัฏฐวาร จับคู่สัญโญชนสัมปยุตตธรรมกับสัญโญชนวิปปยุตตธรรม จุดที่น่าสังเกตซึ่งย้ำซ้ำตลอดทุกวาระ: โมหะที่ประกอบกับอุทธัจจะถูกจัดเป็นสัญโญชนวิปปยุตตธรรม (ไม่ใช่ตัวสังโยชน์) แม้จะเกิดร่วมกับอุทธัจจสัญโญชน์ก็ตาม เพราะสังโยชน์ ๑๐ นับเฉพาะอุทธัจจะเป็นตัวสังโยชน์ ไม่นับโมหะที่ประกอบร่วม
  30. หน้า ๕๐๐–๕๒๗ สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ใช้คู่ "ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ" กับ "โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ" เป็นแกนตัวอย่างซ้ำในแทบทุกปัจจัย ตามกลไกเดียวกับที่พบในอาสวสัมปยุตตทุกะ ปิด "สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ จบ"
  31. หน้า ๕๒๘–๕๔๒ สัญโญชนสัญโญชนิยทุกะ(๒๓)+สัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตตทุกะ(๒๔) — ครบ+จบ จับคู่สัญโญชนธรรมกับสัญโญชนิยธรรม (เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ได้) เฉพาะปฏิจจวาระด้วยจักรนัย อ้างอิงว่าเหมือนสัญโญชนทุกะเว้นแต่ตัดโลกุตตระออก จากนั้นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตตทุกะจับคู่สัญโญชนธรรมกับสัญโญชนสัมปยุตตธรรมด้วยจักรนัยเช่นกัน ทดสอบครบทุกวาระและ ๒๔ ปัจจัย ปิด "สัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตตทุกะ จบ"
  32. หน้า ๕๔๓ สัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยทุกะ (ทุกะที่ ๒๕) — ย่อทั้งหมด อ้างอิงว่าเหมือนโลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะไม่มีแตกต่างกัน — ธรรมที่ไม่ประกอบกับสัญโญชน์แต่ยังเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ได้
  33. หน้า ๕๔๔–๕๗๖ คันถทุกะ (ทุกะที่ ๒๖) — ทุกวาระ + ปัญหาวาร + จบ คันถะ (เครื่องร้อยรัด ๔: อภิชฌากายคันถะ พยาบาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ) เทียบกับธรรมที่ไม่ใช่คันถะ เนื้อหาสดใหม่แสดงตัวอย่างจริง เช่นอภิชฌากายคันถะอาศัยสีลัพพตปรามาสกายคันถะ ปัญหาวาระมีตัวอย่างเชิงพฤติกรรม เช่น "บุคคลให้ทานแล้วยินดีเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น" ปิด "คันถทุกะ จบ"
  34. หน้า ๕๗๗ คันถนิยทุกะ (ทุกะที่ ๒๗) — ย่อทั้งหมด อ้างอิงว่าเหมือนโลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะ — ธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะได้แต่ไม่จำเป็นต้องประกอบกับคันถะ
  35. หน้า ๕๗๘–๖๒๗ คันถสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๒๘) — ทุกวาระ + ปัญหาวาร + จบ ธรรมที่ประกอบกับคันถะเทียบกับที่ไม่ประกอบ ใช้โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรมและปฏิฆะที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นตัวแทนธรรมที่ไม่ประกอบคันถะที่ยังเกิดร่วมกับคันถะได้ในบางกรณี ปัญหาวาระยาว ๓๔ หน้าไล่ปัจจัยทั้งหมดต่อกันด้วยตัวอย่างชุดเดียวกันซ้ำ ปิด "คันถสัมปยุตตทุกะ จบ"
  36. หน้า ๖๒๘–๖๓๒ คันถคันถนิยทุกะ (ทุกะที่ ๒๙) — ปฏิจจวาร(ย่อ)+ปัญหาวาร+จบ ทุกะผสมระหว่างเป็นทั้งคันถะและคันถนิยะ กับเป็นคันถนิยะแต่ไม่ใช่คันถะ ปฏิจจวาระอ้างอิงกลับไปคันถทุกะ ส่วนปัญหาวาระอธิบายละเอียดพร้อมตัวอย่างชุดเดียวกับคันถทุกะ
  37. หน้า ๖๓๓–๖๔๑ คันถคันถสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๓๐) — ปฏิจจวาร+ปัญหาวาร+จบ ทุกะผสมระหว่างเป็นทั้งคันถะและคันถสัมปยุตตะ กับเป็นคันถสัมปยุตตะแต่ไม่ใช่คันถะ โครงสร้างเดียวกับทุกะ ๒๙ แต่เปลี่ยนจากคันถนิยะเป็นคันถสัมปยุตตะ
  38. หน้า ๖๔๒ คันถวิปปยุตตคันถนิยทุกะ (ทุกะที่ ๓๑) — ย่อทั้งหมด ธรรมที่ไม่ประกอบคันถะแต่ยังเป็นอารมณ์ของคันถะได้ อ้างอิงรูปแบบจูฬันตรทุกะ
  39. หน้า ๖๔๓ โอฆโคจฉกทุกะ(๓๒-๓๗)+โยคโคจฉกทุกะ(๓๘-๔๓) — ยุบรวม ๑๒ ทุกะในหน้าเดียว จุดยุบรวมเนื้อหาที่รุนแรงที่สุดในเล่มนี้ — ทุกะทั้ง ๑๒ (ว่าด้วยโอฆะ ๔: กาโมฆะ ภโวฆะ ทิฏโฐฆะ อวิชโชฆะ และโยคะคู่ขนานกัน) ถูกสรุปด้วยประโยคเดียวว่าเหมือนกับอาสวโคจฉกะที่อธิบายไว้ก่อนหน้าแล้ว ไม่มีแตกต่างกัน
  40. หน้า ๖๔๔–๖๖๕ นีวรณทุกะ (ทุกะที่ ๔๔) — ปฏิจจวาร ถึง ปัญหาวาร (เริ่ม) ทุกะที่มีเนื้อหาสดสุด ว่าด้วยนีวรณธรรม (ธรรมที่กั้นจิตจากกุศล ๖ อย่าง — กามฉันทนิวรณ์ พยาบาทนิวรณ์ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ กุกกุจจนิวรณ์ วิจิกิจฉานิวรณ์ อวิชชานิวรณ์) แสดงความสัมพันธ์แบบอาศัยกัน เช่น "ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ อาศัยกามฉันทนิวรณ์" และ "อวิชชานิวรณ์อาศัยวิจิกิจฉานิวรณ์"
  41. หน้า ๖๖๖–๖๘๐ นีวรณทุกะ จบ + นีวรณิยทุกะ (ทุกะที่ ๔๕, ย่อ) ส่วนที่เหลือของปัญหาวาระแสดงว่านิวรณ์ต่างดวงเป็นปัจจัยแก่กันตามลำดับเกิดก่อน-หลัง และเจตนาที่ประกอบกับนิวรณ์เป็นปัจจัยทางกรรมให้เกิดวิบาก ปิด "นีวรณทุกะ จบ" นีวรณิยทุกะสั้นมาก (หน้าเดียว) อ้างอิงกลับไปรูปแบบโลกิยทุกะ — ทดสอบธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ได้ซึ่งกว้างกว่านิวรณ์เอง
  42. หน้า ๖๘๑–๗๐๙ นีวรณสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๔๖) — ครบ+จบ ทดสอบธรรมที่ประกอบร่วมกับนิวรณ์ (สหชาต) เทียบกับที่ไม่ประกอบ ต่างจากทุกะที่ ๔๔ ตรงที่เน้นความสัมพันธ์ระดับสหชาตของขันธ์กับนิวรณ์ ไม่ใช่ตัวนิวรณ์เอง
  43. หน้า ๗๑๐–๗๒๙ นีวรณนีวรณิย(๔๗)+นีวรณนีวรณสัมปยุตต(๔๘)+นีวรณวิปปยุตตนีวรณิย(๔๙) — ปิดกลุ่มนีวรณโคจฉกะ สามทุกะผสมเงื่อนไข "เป็นนิวรณ์" กับ "เป็นนีวรณิยธรรม" หรือ "เป็นนีวรณสัมปยุตตธรรม" เพื่อไล่แยกกรณีละเอียดขึ้น ทุกะสุดท้ายสั้นมาก อ้างอิงรูปแบบโลกิยทุกะทั้งหมด ปิดกลุ่มนีวรณโคจฉกะ (ทุกะที่ ๔๔-๔๙)
  44. หน้า ๗๓๐–๗๖๐ ปรามาสทุกะ (ทุกะที่ ๕๐) — ครบ+จบ เปิดกลุ่มใหม่ปรามาสโคจฉกะ ทดสอบปรามาสธรรม (สภาวะยึดถือ/ลูบคลำผิดๆ คือทิฏฐิ) กับธรรมที่ไม่ใช่ปรามาส รูปแบบเนื้อหาคล้ายทุกะนิวรณ์ก่อนหน้ามาก (บุคคลให้ทาน/รักษาศีล/เจริญฌาน แล้วยึดถือกุศลกรรมนั้นเป็นปรามาส หรือศรัทธา/เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ปรามาสธรรมด้วยอุปนิสสยปัจจัย)
  45. หน้า ๗๖๑–๗๙๒ ปรามัฏฐทุกะ(๕๑, ย่อ)+ปรามาสสัมปยุตตทุกะ(๕๒) — ครบ+จบ ปรามัฏฐทุกะทดสอบธรรมที่ถูกยึดถือเทียบกับที่ไม่ถูกยึดถือ อ้างอิงรูปแบบจูฬันตรทุกะทั้งหมดจึงสั้นมาก ปรามาสสัมปยุตตทุกะเป็นทุกะเต็มรูปแบบทดสอบธรรมที่ประกอบร่วมกับปรามาสเทียบกับที่ไม่ประกอบ (รูปแบบเดียวกับนีวรณสัมปยุตตทุกะแต่เปลี่ยนจากนิวรณ์เป็นปรามาส)
  46. หน้า ๗๙๓–๗๙๘ ปรามาสปรามัฏฐทุกะ(๕๓)+ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ(๕๔) — จบทุกะ+จบอนุโลมทุกปัฏฐานทั้งหมด (จบเล่ม) ปรามาสปรามัฏฐทุกะทดสอบธรรมที่เป็นทั้งปรามาสและถูกปรามาสยึดถือ เทียบกับธรรมที่ถูกยึดถือแต่ไม่ใช่ตัวปรามาสเอง (เหมือนปรามาสทุกะเพียงสลับคู่ธรรม) ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะสั้นมาก อ้างอิงรูปแบบจูฬันตรทุกะทั้งหมด ปิดกลุ่มปรามาสโคจฉกะ (ทุกะที่ ๕๐-๕๔) จากนั้นมีบรรทัดปิดคัมภีร์ใหญ่ที่สำคัญที่สุดในเล่ม: "อนุโลมทุกปัฏฐาน จบ" — ยืนยันว่าเล่ม ๘๘ จบลงพอดีที่ขอบเขตโครงสร้างใหญ่ ปิดส่วนอนุโลม (วิธีบวก) ของคัมภีร์ทุกปัฏฐานทั้งหมด (๕๔ ทุกะที่ครอบคลุมในเล่มนี้ จากทั้งหมด ๑๐๐ ทุกะ) เล่ม ๘๙ คาดว่าจะเปิดด้วยทุกะที่เ