ปัฏฐาน ภาค ๕

ฉบับ มมร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๘๙ · ๙๘๐ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๕๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๗ สารัมมณทุกะ (ทุกะที่ ๕๕) — ๖ วาระแรก ทดสอบสารัมมณธรรม (สภาวะที่มีอารมณ์ รับรู้อารมณ์ได้ = จิต+เจตสิกทั้งปวง) กับอนารัมมณธรรม (ไม่มีอารมณ์ = รูปธรรมทั้งปวงและนิพพาน) แสดงความพึ่งพาแบบสองทาง: รูปที่ไม่รู้อารมณ์เกิดจากนามที่รู้อารมณ์ได้ (จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์สารัมมณะ) แต่ขันธ์สารัมมณะก็ต้องอาศัยรูปที่ไม่รู้อารมณ์ (หทยวัตถุ) เป็นที่ตั้งในปฏิสนธิกาล
  2. หน้า ๑๘–๓๕ สารัมมณทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ อารัมมณปัจจัยขยายความมาก แสดงตัวอย่างการรู้อารมณ์: พิจารณากุศลที่ทำแล้ว ออกจากฌาน/มรรคแล้วพิจารณา พระอริยะพิจารณานิพพาน (นิพพานเป็นอนารัมมณธรรมที่เป็นปัจจัยแก่โคตรภู มรรค ผล — แสดงว่าอนารัมมณธรรมเป็นอารมณ์ของสารัมมณจิตได้แม้ตัวมันเองไม่รู้อารมณ์) และอภิญญาต่างๆ นี่คือแม่แบบมาตรฐานที่ใช้ซ้ำในทุกทุกะถัดไป ปิด "สารัมมณทุกะ จบ"
  3. หน้า ๓๖–๕๔ จิตตทุกะ (ทุกะที่ ๕๖) — ๕ วาระแรก ทดสอบจิต (ธาตุรู้เอง) กับธรรมที่ไม่ใช่จิต (เจตสิก+รูป+นิพพาน) แสดงว่าจิตกับเจตสิกอิงอาศัยกันแบบเกิดพร้อมกัน ทั้ง "ไม่ใช่จิตอาศัยจิตเกิด" และ "จิตอาศัยไม่ใช่จิตเกิด" ปรากฏเป็นวาระแยกกัน สะท้อนหลักอัญญมัญญปัจจัยที่จิตและเจตสิกเป็นปัจจัยแก่กันพร้อมกัน ไม่มีฝ่ายใดเกิดก่อน
  4. หน้า ๕๕–๗๖ จิตตทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ไล่ครบ ๒๔ ปัจจัยใช้แม่แบบอารัมมณปัจจัยเดียวกับสารัมมณทุกะ เปลี่ยนหน่วยตั้งต้นเป็น "จิตปรารภจิต" ปิด "จิตตทุกะ จบ"
  5. หน้า ๗๗–๙๖ เจตสิกทุกะ (ทุกะที่ ๕๗) — ๕ วาระแรก มุมกลับของทุกะจิต: ทดสอบเจตสิกกับธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก (จิต+รูป+นิพพาน) แสดงว่าจิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปอาศัยจิต (ไม่ใช่เจตสิก) ได้โดยตรง ขณะที่เจตสิกอาศัยจิตในปฏิสนธิขณะเช่นกัน
  6. หน้า ๙๗–๑๒๒ เจตสิกทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ (พื้นที่มากที่สุดในกลุ่มนี้) ไล่ครบ ๒๔ ปัจจัยด้วยแม่แบบเดิม ได้พื้นที่มากเพราะเจตสิกมีความหลากหลายของสภาวะมากกว่า (กุศล/อกุศล/อัพยากตะต่างๆ) ทำให้ตัวอย่างขยายกว่าทุกะจิต ปิด "เจตสิกทุกะ จบ"
  7. หน้า ๑๒๓–๑๓๖ จิตตสัมปยุตตทุกะ (ทุกะที่ ๕๘) — ๕ วาระแรก มุมมองต่างจากทุกะ ๕๖-๕๗: ทดสอบจิตตสัมปยุตตธรรม (ธรรมที่ประกอบกับจิต = เจตสิก) กับจิตตวิปปยุตตธรรม (ไม่ประกอบกับจิต = รูปธรรม+นิพพาน) เป็นมุมทดสอบเชิงความสัมพันธ์สัมปยุตต-วิปปยุตต ต่างจากการแยกอัตลักษณ์ตัวธรรมแบบทุกะก่อนหน้า
  8. หน้า ๑๓๗–๑๕๓ จิตตสัมปยุตตทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ + จิตตสังสัฏฐทุกะ (๕๙, ย่อ) + จบ ปัญหาวาระไล่ครบ ๒๔ ปัจจัย ปิด "จิตตสัมปยุตตทุกะ จบ" จากนั้นจิตตสังสัฏฐทุกะ ("เจือปนกับจิต") ถูกยุบเหลือย่อหน้าเดียวโดยอ้างว่าเหมือนจิตตสัมปยุตตทุกะทุกประการ — ต่างกันแค่คำนิยาม (ประกอบ vs เจือปน) แต่ผลปัจจัยไม่ต่าง
  9. หน้า ๑๕๔–๑๖๕ จิตตสมุฏฐานทุกะ (ทุกะที่ ๖๐) — ปฏิจจวาร ทดสอบ "มีจิตเป็นสมุฏฐาน–ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน" (แยกรูปที่เกิดจากจิตออกจากขันธ์/รูปอื่น) ไล่ครบ ๙ แบบความสัมพันธ์ เช่นในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยจิต จิตอาศัยหทยวัตถุ
  10. หน้า ๑๖๖–๑๗๓ จิตตสมุฏฐานทุกะ — ปัจจยวาร ถึง สัมปยุตตวาร ปัจจยวารเขียนละเอียดเฉพาะกรณีต่างจากปฏิจจวาร นิสสยวาระเหมือนปัจจยวาระ สังสัฏฐวาระ/สัมปยุตตวาระสั้นมากเพราะเป็นเพียงการเปลี่ยนถ้อยคำเชื่อม
  11. หน้า ๑๗๔–๑๘๖ จิตตสมุฏฐานทุกะ — ปัญหาวาร อนุโลม (เหตุ-ปุเรชาตปัจจัย) แต่ละปัจจัยมีตัวอย่างเฉพาะของตนเอง: อารัมมณปัจจัยยกตัวอย่างพระอริยะพิจารณานิพพานและอภิญญาต่างๆ อธิปติปัจจัยแยกอารัมมณาธิปติ/สหชาตาธิปติ ปุเรชาตปัจจัยยกตัวอย่างรูปายตนะ-จักขายตนะเป็นวัตถุปุเรชาต
  12. หน้า ๑๘๗–๒๐๔ จิตตสมุฏฐานทุกะ — ปัญหาวาร (ปัจฉาชาต-อวิคต)+ปัจจนีย+จบทุกะ ไล่ปัจจัยที่เหลือครบ ปิดด้วยตารางนับวาระอนุโลม แล้วปัจจนียนัยสั้นกว่ามาก ปิด "จิตตสมุฏฐานทุกะ จบ"
  13. หน้า ๒๐๕–๒๑๘ จิตตสหภุทุกะ (ทุกะที่ ๖๑) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร ทดสอบ "เกิดร่วมกับจิต–ไม่เกิดร่วมกับจิต" เขียนละเอียดคู่ขนานกับจิตตสมุฏฐานทุกะ แต่เริ่มมีการอ้างอิงข้ามมากขึ้น
  14. หน้า ๒๑๙–๒๓๕ จิตตสหภุทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ย่นย่อกว่าจิตตสมุฏฐานทุกะมาก หลายปัจจัยอ้างอิงตรงว่าเหมือนจิตตสมุฏฐานทุกะ ต่างกันเพียงขอบเขตธรรมที่นับเป็นจิตตสหภู (แคบกว่าเพราะไม่รวมรูปหลังจิต) ปิด "จิตตสหภุทุกะ จบ"
  15. หน้า ๒๓๖–๒๔๖ จิตตานุปริวัตติทุกะ (๖๒, ย่อทั้งหมด) + จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ (๖๓) ปฏิจจวาร จิตตานุปริวัตติทุกะ ("คล้อยตามจิต") ถูกยุบเหลือย่อหน้าเดียวโดยอ้างว่าเหมือนจิตตสหภุทุกะ — สั้นที่สุดในกลุ่มนี้ จากนั้นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ (ผสมสองคุณสมบัติ: เจือปนกับจิต+มีจิตเป็นสมุฏฐาน) กลับมาเขียนละเอียดอีกครั้งเพราะเป็นเงื่อนไขผสมใหม่
  16. หน้า ๒๔๗–๒๕๕ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ — ปัจจยวาร ถึง สัมปยุตตวาร อ้างอิงกลับปฏิจจวารบ่อยครั้ง รูปแบบการย่อเดินตามทุกะก่อนหน้า
  17. หน้า ๒๕๖–๒๗๑ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ไล่ปัจจัยครบ ๑-๒๔ ทั้งอนุโลมและปัจจนีย ปิด "จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ จบ"
  18. หน้า ๒๗๒–๒๙๑ สองทุกะผสมสามคุณสมบัติ (๖๔-๖๕, ย่อทั้งหมด) + อัชฌัตติกทุกะ (๖๖) ครบ ๓ วาระแรก จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภุทุกะและจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ (ผสมสามคุณสมบัติ) ต่างเปิด-ปิดในหน้าเดียวด้วยการอ้างอิงตรง — จุดสิ้นสุดของกลุ่มทุกะที่สร้างจากความสัมพันธ์กับจิต (ทุกะ ๕๘-๖๕) จากนั้นเริ่มอัชฌัตติกทุกะ (คู่ธรรมใหม่: ธรรมภายในของบุคคลผู้นั้น–ธรรมภายนอก) ปฏิจจวาระไล่ ๙ แบบความสัมพันธ์ครบ
  19. หน้า ๒๙๒–๒๙๔ อัชฌัตติกทุกะ — สังสัฏฐวาร บทสั้น ไล่สูตร "เจือกับ" แทนคำว่า "อาศัย"
  20. หน้า ๒๙๕–๓๑๖ อัชฌัตติกทุกะ — ปัญหาวาร อนุโลม (เหตุ-อินทริยปัจจัย) บทที่ให้เนื้อหาสาระมากที่สุด: การให้ทาน/ศีล/อุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พระอริยะออกจากมรรคพิจารณามรรค-ผล-นิพพาน การเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ-ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ-รู้ใจผู้อื่นด้วยเจโตปริยญาณ
  21. หน้า ๓๑๗–๓๓๐ อัชฌัตติกทุกะ — ปัญหาวาร (ฌาน-อวิคต)+ปัจจนีย+จบทุกะ ไล่ปัจจัยที่เหลือ (ฌาน มัคค สัมปยุตต วิปปยุตต อัตถิผสมหลายแบบ นัตถิ-วิคต-อวิคต) แล้วปัจจนียนัยแบบย่อ (ยกชื่อปัจจัยเป็นชุด) ปิด "อัชฌัตติกทุกะ จบ"
  22. หน้า ๓๓๑–๓๕๓ อุปาทาทุกะ (ทุกะที่ ๖๗) — ๓ วาระแรก ทดสอบอุปาทารูป (รูปอาศัยมหาภูต) กับธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ตัวอย่างเฉพาะ: มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ กวฬีการาหารเป็นปัจจัยแก่กาย อสัญญสัตว์ (ไม่มีอุปาทารูปบางอย่าง)
  23. หน้า ๓๕๔–๓๗๗ อุปาทาทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ อาหารปัจจัยและอินทริยปัจจัยมีวาระมากกว่าทุกะอื่น (อาหาร ๖ วาระ อินทริย ๗ วาระ) อัตถิปัจจัยมีครบ ๙ วาระ เพราะรูปธรรมมีความสัมพันธ์ผสมได้หลายแบบ (สหชาตะ/ปุเรชาตะ/ปัจฉาชาตะ/อาหาระ/อินทริยะ) ปิด "อุปาทาทุกะ จบ"
  24. หน้า ๓๗๘–๓๙๖ อุปาทินนทุกะ (ทุกะที่ ๖๘) — ปฏิจจวาร ถึง ปัจจยวาร/นิสสยวาร ทดสอบอุปาทินนธรรม (กรรมยึดถือ/เกิดจากกรรม) กับอนุปาทินนธรรม (ไม่ใช่ผลกรรมโดยตรง) ตัวอย่าง: หทยวัตถุอาศัยขันธ์-ขันธ์อาศัยหทยวัตถุ โมหะที่สหรคตวิจิกิจฉา/อุทธัจจะจัดเป็นอนุปาทินนธรรม (ไม่ใช่วิบาก)
  25. หน้า ๓๙๗–๔๒๘ อุปาทินนทุกะ — สังสัฏฐวาร + ปัญหาวาร + จบทุกะ เนื้อหาสาระเฉพาะทุกะนี้ชัดเจน: อุปาทินน/อนุปาทินนธรรมสัมพันธ์กับสุขทางกาย-ทุกข์ทางกาย (วิบาก) กรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากด้วยอุปนิสสยปัจจัย ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบากเกิดหลังกุศล-อกุศลดับ ปัญจวิญญาณ→วิบากมโนธาตุ→วิบากมโนวิญญาณธาตุ (สายอนันตรปัจจัยของวิถีจิต) ปิด "อุปาทินนทุกะ จบ"
  26. หน้า ๔๒๙–๔๔๑ อุปาทานทุกะ (ทุกะที่ ๖๙) — ๖ วาระแรก ทดสอบอุปาทานธรรม (ความยึดมั่น ๔: กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน) กับธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาน ปฏิจจวาระแสดงจักรนัยที่อุปาทาน ๓ อย่างหลังล้วนอาศัยกามุปาทานเป็นแกนกลางเสมอ — ความอยากทางกามเป็นเส้นด้ายร้อยยึดความยึดมั่นทุกรูปแบบ
  27. หน้า ๔๔๒–๔๖๗ อุปาทานทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ อารัมมณ/อธิปติ/อุปนิสสยปัจจัยแสดงแม่แบบซ้ำหลายทุกะ: บุคคลให้ทาน รักษาศีล เข้าฌาน แล้วย้อนกลับมายึดกุศลกรรมนั้นเป็นอารมณ์ด้วยราคะ/ทิฏฐิ แม้แต่กุศลก็กลายเป็นอารมณ์ของอุปาทานได้ ขณะพระอริยะใช้มรรค ผล นิพพานเป็นอารมณ์แบบไม่มีอุปาทาน ปิด "อุปาทานทุกะ จบ"
  28. หน้า ๔๖๘–๔๘๔ อุปาทานิยทุกะ (๗๐, ย่อ) + อุปาทานสัมปยุตตทุกะ (๗๑) ๖ วาระแรก อุปาทานิยทุกะยุบทั้งทุกะด้วยการอ้างว่าเหมือนโลกิยทุกะ อุปาทานสัมปยุตตทุกะทดสอบธรรมที่ประกอบร่วมกับอุปาทานเทียบกับที่ไม่ประกอบ ใช้ "โลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุต" เป็นตัวอย่างหลักซ้ำ — แสดงว่าโลภะล้วนไม่ประกอบทิฏฐิจัดเป็นธรรมที่ไม่ประกอบกับอุปาทาน
  29. หน้า ๔๘๕–๕๑๓ อุปาทานสัมปยุตตทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ อธิบายว่ากิเลสที่ไม่ประกอบทิฏฐิ (วิปปยุตตธรรม) ยังเป็นปัจจัยแบบอารัมมณาธิปติ ปุเรชาตะ กัมมะแก่ธรรมที่ประกอบอุปาทานได้ แสดงว่ากิเลสเบา (โลภะเปล่า) เป็นฐานให้กิเลสหนัก (ประกอบทิฏฐิ) งอกงามต่อ ปิด "อุปาทานสัมปยุตตทุกะ จบ"
  30. หน้า ๕๑๔–๕๓๒ สามทุกะสับเปลี่ยนอุปาทาน (๗๒-๗๔, ย่อทั้งหมด) การเรียงสับเปลี่ยนหมวดอุปาทาน/อุปาทานิยะ/สัมปยุตตะ/วิปปยุตตะที่อธิบายเต็มแล้ว จึงเป็นการอ้างอิงข้ามแทบทั้งหมด: ทุกะ ๗๒ (ทั้งอุปาทานและอุปาทานิยะ) เหมือนอุปาทานทุกะ ทุกะ ๗๓ (ทั้งอุปาทานและสัมปยุตตะ) เป็นนามธรรมล้วนไม่มีรูปเลย ทุกะ ๗๔ สั้นที่สุดเพียง ๒ หน้า
  31. หน้า ๕๓๓–๕๖๗ กิเลสทุกะ (ทุกะที่ ๗๕) — ครบ+จบ เนื้อหาสดใหม่กว่าทุกะอุปาทานก่อนหน้า เพราะใช้กิเลส ๑๐ อย่างจริงตามหลักอภิธรรม (โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ) ปฏิจจวาระแจกแจงห่วงโซ่การอิงอาศัยกันจริงที่สะท้อนจิตอกุศล ๑๒ ดวง เช่นจิตโลภะประกอบทิฏฐิและมานะดึงโมหะ-ถีนะ-อุทธัจจะตามมาครบชุด จิตโทสะดึงเฉพาะโมหะ-ถีนะ-อุทธัจจะ-อหิริกะ-อโนตตัปปะ (ไม่มีราคะ/ทิฏฐิ) — แสดงโครงสร้างจิตอกุศลอย่างเป็นระบบ ปิด "กิเลสทุกะ จบ"
  32. หน้า ๕๖๘–๕๙๔ สังกิเลสิกทุกะ (๗๖, ย่อ) + สังกิลิฏฐทุกะ (๗๗) สังกิเลสิกทุกะ (ธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลสได้) ย่อทั้งหมดว่าเหมือนโลกิยทุกะ สังกิลิฏฐทุกะ (ธรรมที่เศร้าหมองด้วยกิเลส ต่างจากตัวกิเลสเอง) ได้รับการแจกแจงเต็มทุกวาระ ปิด "สังกิลิฏฐทุกะ จบ"
  33. หน้า ๕๙๕–๖๑๓ ห้าทุกะผสมกิเลส (๗๘-๘๒) การไขคำ "กิเลส" ออกเป็นมุมต่างๆ (ตัวกิเลส/อารมณ์ของกิเลส/เศร้าหมอง/ประกอบด้วย) แล้วผสมกัน: กิเลสสัมปยุตตทุกะ(ย่อ) กิเลสสังกิเลสิกทุกะ(ปัญหาวาระเฉพาะตน) กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ (ปฏิจจวาระมี ๙ วาระเพราะซับซ้อนขึ้น) กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ(ย่อ) กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ(ย่อ)
  34. หน้า ๖๑๔–๖๔๑ ทัสสนทุกะ (ทุกะที่ ๘๓) ทุกะที่มีนัยหลักคำสอนชัดเจน (ทิฏฐิ/วิจิกิจฉาที่ถูกละที่โสดาปัตติมรรค) ต่างจากกลุ่มก่อนที่เป็นการไขนิยามเชิงเทคนิค จึงแจกแจงเต็มทุกวาระ ปิด "ทัสสนทุกะ จบ"
  35. หน้า ๖๔๒–๖๕๕ ภาวนาทุกะ (ทุกะที่ ๘๔) คู่ขนานกับทัสสนทุกะ (กิเลสที่เหลือ ละได้ด้วยมรรคเบื้องสูง) แม้ระบุว่าเหมือนทัสสนทุกะ แต่ยังเขียนปัญหาวาระเต็มซ้ำด้วยศัพท์ใหม่ ปิด "ภาวนาทุกะ จบ"
  36. หน้า ๖๕๖–๖๗๒ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ (ทุกะที่ ๘๕) — ตอนที่ ๑ เพ่งเฉพาะเหตุที่เนื่องด้วยธรรมที่ละได้ด้วยทัสสนะ (โมหะที่สหรคตวิจิกิจฉา) ปฏิจจ/ปัจจย/สังสัฏฐวาระ
  37. หน้า ๖๗๓–๖๙๕ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ไล่ครบ ๒๔ ปัจจัยละเอียด แยกกรณีโมหะออกจากขันธ์ทั่วไปแทบทุกปัจจัย ปิด "ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ จบ"
  38. หน้า ๖๙๖–๗๐๖ ภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ (ทุกะที่ ๘๖) — ครบ+จบ คู่ขนานกับทุกะ ๘๕ เปลี่ยนโมหะ-วิจิกิจฉาเป็นโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตว่าทุกะนี้เหมือนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะทุกประการ ต่างกันเพียงสลับคำว่าทัสสนะเป็นภาวนา ปิด "ภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ จบ"
  39. หน้า ๗๐๗–๗๒๐ สวิตักกทุกะ (ทุกะที่ ๘๗) — ปฏิจจวาร ถึง สังสัฏฐวาร ทดสอบธรรมที่มีวิตก (ความตรึกนึก) กับไม่มีวิตก ปฏิจจวาระไล่ครบ ๙ รูปแบบการอาศัยเกิด ทั้งในปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล
  40. หน้า ๗๒๑–๗๔๘ สวิตักกทุกะ ปัญหาวาร+จบ + สวิจารทุกะ (๘๘, ย่อทั้งหมด) ปัญหาวาระไล่ครบ ๒๔ ปัจจัย เช่นพระอริยะออกจากฌาน/มรรค/ผลที่เป็นอวิตักกธรรมแล้วพิจารณาทำให้วิตกเกิดขึ้นทางอารัมมณปัจจัย ปิด "สวิตักกทุกะ จบ" สวิจารทุกะ ("วิจาร" ความตรองพิจารณาต่อเนื่อง) ถูกจัดการในย่อหน้าเดียวโดยระบุว่าเหมือนสวิตักกทุกะทุกประการ
  41. หน้า ๗๔๙–๗๕๖ สัปปีติกทุกะ (ทุกะที่ ๘๙) — ปฏิจจวาร ถึง สังสัฏฐวาร ธรรมที่มี "ปีติ" ประกอบกับไม่มีปีติ โครงสร้างซ้ำแบบสวิตักกทุกะเกือบทั้งหมด (ระบุตรงว่าให้ทำเหมือนสวิตักกทุกะในที่ทั้งปวง) เพียงสลับวิตกเป็นปีติ
  42. หน้า ๗๕๗–๗๗๙ สัปปีติกทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ จุดเด่น: บุคคลให้ทาน/รักษาศีล/ทำอุโบสถด้วยจิตอัปปีติกธรรมแล้วพิจารณาด้วยจิตอัปปีติกะหรือสัปปีติกะก็ได้ ทำให้ราคะ/ทิฏฐิ/วิจิกิจฉา/โทมนัสเกิดตามขั้ว — คุณภาพของปีติในจิตขณะพิจารณากรรมเก่าส่งผลต่อกิเลสที่ตามมาต่างกัน ปิด "สัปปีติกทุกะ จบ"
  43. หน้า ๗๘๐–๗๙๓ ปีติสหคตทุกะ (๙๐, ย่อทั้งหมด) + สุขสหคตทุกะ (๙๑) ปีติสหคตทุกะยุบเหลือย่อหน้าเดียวอ้างอิงสัปปีติกทุกะทั้งหมด สุขสหคตทุกะ (ธรรมที่ประกอบสุขเวทนา) ขยายเนื้อหาละเอียดขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะปัจจัยอนันตร/อุปนิสสยที่ต้องอธิบายลำดับจิตเฉพาะของสุข เช่น "กายวิญญาณที่เป็นสุขสหคตธรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากมโนธาตุ" ปิด "สุขสหคตทุกะ จบ"
  44. หน้า ๗๙๔–๘๑๔ อุเบกขาสหคตทุกะ (ทุกะที่ ๙๒) — ครบ+จบ ธรรมที่ประกอบอุเบกขาเวทนากับไม่ประกอบ ขยายความมากกว่าทุกะก่อนหน้าในส่วนนเหตุปัจจัย (อเหตุกะ) เพราะจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาและไม่มีเหตุ (ปัญจทวาราวัชชนะ สันตีรณจิต ตทารมณ์) พบมากในกลุ่มนี้ ปิด "อุเบกขาสหคตทุกะ จบ"
  45. หน้า ๘๑๕–๘๕๐ กามาวจรทุกะ (ทุกะที่ ๙๓) — ครบ+จบ (จุดเปลี่ยนกลุ่มมาติกา) จุดเปลี่ยนจากทุกะเวทนา/องค์ฌาน สู่ทุกะภูมิ (avacara) ธรรมที่เป็นกามาวจรกับไม่ใช่กามาวจร นเหตุปัจจัยในปฏิจจวาระมีเพียง ๑ วาระ (เทียบ ๙ วาระในทุกะก่อนหน้า) สะท้อนข้อจำกัดการเกิดร่วมกันทางเหตุปัจจัยของธรรมไม่ใช่กามาวจรที่แคบกว่ามาก ปิด "กามาวจรทุกะ จบ"
  46. หน้า ๘๕๑–๘๖๘ รูปาวจรทุกะ (ทุกะที่ ๙๔) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร ธรรมที่เป็นรูปาวจรกับไม่ใช่รูปาวจร วาระต้นตามโครงสร้างมาตรฐาน
  47. หน้า ๘๖๙–๘๘๙ รูปาวจรทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ ตัวอย่างเชิงปฏิบัติจริง: เหตุที่เป็นรูปาวจรธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์/จิตตสมุฏฐานรูป การรู้จิตผู้อื่นด้วยเจโตปริยญาณอาศัยฌานรูปาวจรเป็นอารมณ์ ทิพยจักษุ-ทิพโสตธาตุ-อภิญญาทั้ง ๕ เป็นปัจจัยแก่กัน — ฌานรูปาวจรเป็นทั้งวิบาก อารมณ์ของการพิจารณา และฐานของอภิญญา ปิด "รูปาวจรทุกะ จบ"
  48. หน้า ๘๙๐–๙๐๐ อรูปาวจรทุกะ (ทุกะที่ ๙๕) — ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร ธรรมที่เป็นอรูปาวจรกับไม่ใช่อรูปาวจร
  49. หน้า ๙๐๑–๙๑๘ อรูปาวจรทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ (จบหมวดอวจรทุกะทั้ง ๓) คู่ขนานกับรูปาวจรทุกะแต่เปลี่ยนฐาน: อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ (ไล่ลำดับฌานอรูปทั้ง ๔) นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู-โวทาน-มรรค-ผล ปิด "อรูปาวจรทุกะ จบ" — หมวดอวจรทุกะทั้ง ๓ (กามาวจร-รูปาวจร-อรูปาวจร) จบครบที่นี่
  50. หน้า ๙๑๙–๙๒๙ ปริยาปันนทุกะ (๙๖, ย่อทั้งหมด) + นิยยานิกทุกะ (๙๗) ปฏิจจวาร ถึง สัมปยุตตวาร ปริยาปันนทุกะ (ธรรมที่นับเนื่องในภพ/ไม่นับเนื่อง) ยุบทั้งทุกะในหน้าเดียวว่าเหมือนโลกิยทุกะ นิยยานิกทุกะ (ธรรมที่นำออกจากวัฏฏะ/ไม่นำออก) เริ่มวาระต้นตามโครงสร้างมาตรฐาน
  51. หน้า ๙๓๐–๙๔๓ นิยยานิกทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ มรรคเป็นนิยยานิกธรรม พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู-โวทาน-ผล ฝ่ายอนิยยานิกธรรมคือกุศล-อกุศล-กิริยาทั่วไปที่ไม่นำออกจากสังสารวัฏ ปิด "นิยยานิกทุกะ จบ"
  52. หน้า ๙๔๔–๙๕๘ นิยตทุกะ (ทุกะที่ ๙๘) ธรรมที่มีสภาวะแน่นอนโดยชาติ/ไม่แน่นอน วาระต้นทั้ง ๕ ยุบรวมในหน้าเดียวว่าเหมือนนิยยานิกทุกะ ปัญหาวาระผสมทั้งส่วนอ้างอิงตรงและส่วนแจกแจงใหม่เฉพาะทุกะนี้ (พระอริยะพิจารณามรรคและกิเลสที่ละแล้วซึ่งเป็นนิยตธรรม) ปิด "นิยตทุกะ จบ"
  53. หน้า ๙๕๙–๙๖๔ สอุตตรทุกะ (๙๙, ย่อทั้งหมด) + สรณทุกะ (๑๐๐, ทุกะสุดท้ายของมาติกา) — ๕ วาระแรก สอุตตรทุกะ (ธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า/ไม่มี) ยุบทั้งทุกะว่าเหมือนโลกิยทุกะ สรณทุกะ (คู่ธรรมสุดท้าย: สรณะ=มีกิเลสเสียดแทงร่วม / อรณะ=ปราศจากกิเลส) วาระต้นอ้างอิงอรูปาวจรทุกะเป็นหลัก แต่แจกแจงตัวอย่างใหม่ในปัจจนียนัย
  54. หน้า ๙๖๕–๙๘๐ สรณทุกะ — ปัญหาวาร + จบทุกะ + จบอนุโลมทุกปัฏฐานทั้งหมด (จบเล่ม) ปัญหาวาระของทุกะสุดท้าย แสดงกลไกกิเลสก่อกิเลส: บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะ ทำให้ราคะ/ทิฏฐิ/วิจิกิจฉา/อุทธัจจะ/โทมนัสเกิดขึ้นซ้ำ (สรณธรรมเป็นปัจจัยแก่สรณธรรม) สลับกับฝ่ายอรณธรรม คือพระอริยะพิจารณากิเลสที่ละแล้ว มรรค-ผล-นิพพาน ไล่ปัจจัยครบ ๒๔ ปิด "สรณทุกะ จบ" ตามด้วย "อนุโลมทุกปัฏฐาน จบ" — จุดจบที่แท้จริงของการทดสอบทุกะทั้ง ๑๐๐ คู่ (ครบทั้ง ๑๐๐ ทุกะของมาติกา) ในวิธีอนุโลม เล่ม ๙๐ คาดว่าจะเปิดด้วยปัจจนียทุกปัฏฐาน หรือคัมภีร์ใหญ่ถัดไป