ปัฏฐาน ภาค ๗
ฉบับ มมร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๙๑ · ๑๕๒๖ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๘๐ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๙ นกุสลติกะ: เปิดปัจจนียปัฏฐาน (วิธีลบล้าง) หลังจากเล่ม 85-90 ปิดอนุโลมปัฏฐาน (วิธีบวก) ครบทั้ง 6 มหาปกรณ์แล้ว เล่มนี้เปิดวิธีที่สอง คือ ปัจจนียปัฏฐาน (วิธีลบล้าง) โดยเริ่มจากนกุสลติกะ คือทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง "ธรรมที่ไม่ใช่กุศล" "ธรรมที่ไม่ใช่อกุศล" "ธรรมที่ไม่ใช่อัพยากตะ" แทนที่จะทดสอบกุศล/อกุศล/อัพยากตะโดยตรง เนื่องจากแต่ละหมวด "ไม่ใช่ X" เป็นกลุ่มที่กว้างและซ้อนทับกัน (เช่นธรรมที่ไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศลก็คืออัพยากตะนั่นเอง) จำนวนวาระจึงต่างจากวิธีบวก ปิดท้ายด้วยกฎอ้างอิงหลักว่าการนับวาระทั้ง 4 นัย (อนุโลม ปัจจนีย อนุโลมปัจจนีย ปัจ
- หน้า ๑๐–๒๗ ติกะที่เหลือ 21 ติกะ ของปัจจนียติกปัฏฐาน (ปิดมหาปกรณ์ที่ 1) นำวิธีลบล้างแบบเดียวกับนกุสลติกะไปใช้กับติกะที่เหลือทั้ง 21 ติกะ แต่ละติกะถูกย่อเหลือ 1-3 หน้าโดยอ้างอิงกลับไปยังรูปแบบนับวาระของนกุสลติกะ/นเวทนาติกะ ยกเว้นนอุปปันนติกะและนอตีตติกะซึ่งขยายความเต็มกว่าปกติ และนสนิทัสสนติกะ (ติกะสุดท้าย) ซึ่งแสดงครบ 30 วาระเต็มรูปแบบ ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 27 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 1 ของวิธีลบล้างทั้งเล่ม
- หน้า ๒๘–๔๑ เหตุโคจฉกะ: เปิดปัจจนียทุกปัฏฐาน มหาปกรณ์ที่ 2 (ปัจจนียทุกปัฏฐาน) เริ่มต้นด้วยกลุ่มทุกะที่เกี่ยวกับเหตุ คือ นเหตุทุกะ (ธรรมที่ไม่ใช่เหตุ) นสเหตุกทุกะ (ธรรมที่ไม่มีเหตุประกอบ พร้อมตัวอย่างรูปที่เกิดจากจิตประกอบโมหะ-วิจิกิจฉา และขันธ์ปฏิสนธิ) นเหตุสัมปยุตตทุกะ นเหตุสเหตุกทุกะ นเหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ และนเหตุนสเหตุกทุกะ ใช้ตรรกะเดียวกับติกะคือทดสอบความสัมพันธ์ของกลุ่มที่ถูกปฏิเสธ (ไม่ใช่เหตุ, ไม่มีเหตุ) แทนกลุ่มบวก
- หน้า ๔๒–๕๙ ทุกะกายภาพและกลุ่มอาสวะที่ถูกปฏิเสธ (นสัปปัจจย ถึง อาสววิปปยุตตนสาสวทุกะ) ต่อเนื่องด้วยทุกะที่ว่าด้วยคุณสมบัติทางภววิทยา (มีปัจจัยปรุงแต่งหรือไม่ ถูกปรุงแต่งหรือไม่ เห็นได้หรือไม่ กระทบได้หรือไม่ เป็นรูปธรรมหรือไม่ อยู่ในโลกหรือโลกุตระ) แล้วเข้าสู่กลุ่มอาสวะ (นอาสวทุกะ นสาสวทุกะ นอาสวสัมปยุตตทุกะ นอาสวสาสวทุกะ นอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ อาสววิปปยุตตนสาสวทุกะ) แต่ละคู่ทดสอบสภาวะที่ถูกปฏิเสธในทั้งสองด้าน เนื้อหาเป็นการคำนวณวาระเชิงตรรกะซ้ำแบบเดียวกับหมวดก่อนหน้า ไม่มีเนื้อหาทางหลักธรรมใหม่
- หน้า ๖๐–๗๙ สัญโญชนโคจฉกะและคันถโคจฉกะที่ถูกปฏิเสธ นำวิธีลบล้างไปใช้กับกลุ่มสังโยชน์ (เครื่องผูกมัด) และกลุ่มคันถะ (เครื่องร้อยรัดทางกาย) ทดสอบความสัมพันธ์ของธรรมที่ไม่ใช่สังโยชน์/คันถะ ไม่ใช่สิ่งที่สังโยชน์/คันถะยึดถือ และไม่ใช่สิ่งที่ประกอบร่วมกับสังโยชน์/คันถะ ใช้รูปแบบเดียวกับกลุ่มก่อนหน้าทุกประการ เพียงเปลี่ยนศัพท์ที่ปฏิเสธ
- หน้า ๘๐–๙๓ เริ่มการย่อขั้นสุด: โอฆ-โยค-นีวรณโคจฉกะ อ้างอิงข้ามกลุ่ม จุดเปลี่ยนสำคัญ: แทนที่จะแจกแจงทุกทุกะ ข้อความยุบทุกะ 18 คู่ (กลุ่มโอฆะ 6 คู่ กลุ่มโยคะ 6 คู่ กลุ่มนีวรณะ 6 คู่) ลงในครึ่งหน้าด้วยการอ้างอิงตรงว่าโอฆะ/โยคะเหมือนกับกลุ่มอาสวะ และนีวรณะเหมือนกับกลุ่มสังโยชน์ทุกประการ ตามด้วยปรามาสโคจฉกะที่ถูกปฏิเสธ (ย่อเช่นกัน) และทุกะพื้นฐาน (นสารัมมณะ นจิตต นเจตสิก นจิตตสัมปยุตต) จากนั้นมีคำสั่งย่ออย่างชัดเจนที่หน้า 87 ให้ผู้อ่านเติมวาระ 9 วาระให้ทุกทุกะที่ไม่ได้แจกแจงไว้เอง เพื่อความครบถ้วน
- หน้า ๙๔–๑๒๐ ทุกะกิเลส-ฌาน-ภูมิที่เหลือ ปิดปัจจนียทุกปัฏฐาน นำวิธีลบล้างไปใช้กับกลุ่มกิเลส 10 ประการ กลุ่มการละกิเลส (ทัสสเนนปหาตัพพ/ภาวนายปหาตัพพ) กลุ่มองค์ฌาน (วิตก วิจาร ปีติ) กลุ่มภูมิ (กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร) และกลุ่มโสดาบันจนถึงอรหัตต์ (ปริยาปันน นิยยานิก นิยต สอุตตร สรณ) แต่ละคู่ถูกจัดการในไม่ถึงหนึ่งหน้าด้วยการคำนวณวาระล้วนๆ (1, 3, 5, หรือ 9 วาระ) ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 120 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 2 ของวิธีลบล้างทั้งหมด (ครบ 100 ทุกะ)
- หน้า ๑๒๑–๑๒๗ เปิดปัจจนียทุกติกปัฏฐาน: นเหตุทุกนกุสลติกะ มหาปกรณ์ที่ 3 ของวิธีลบล้างเริ่มต้น โดยจับคู่ทุกะที่ถูกปฏิเสธ (นเหตุทุกะ) กับติกะที่ถูกปฏิเสธ (นกุสลติกะ) พร้อมกัน ทำให้ประโยคทดสอบธรรมที่ "ไม่ใช่กุศลและไม่ใช่เหตุ" พร้อมกันทั้งสองมิติ แสดงครบทั้งกุศลบท อกุศลบท อัพยากตบท แต่ละบทมีปฏิจจวาระและปัญหาวาระเต็มรูปแบบพร้อมวาระ 9 ค่าตามมาตรฐาน เป็นแม่แบบที่คู่ทุกะ-ติกะที่เหลืออีกมากมายในเล่มนี้จะอ้างอิงกลับมา
- หน้า ๑๒๘–๑๔๘ นเหตุทุกะ (ทุกะที่ 1) จับคู่กับติกะทั้ง 22 ขยายแม่แบบจากหัวข้อก่อนหน้า โดยนำนเหตุทุกะไปจับคู่กับติกะที่เหลือทั้ง 21 ติกะ ทดสอบว่าธรรมที่ไม่ใช่เหตุยังคงเป็นปัจจัยแก่กันได้แม้จำกัดด้วยคุณสมบัติของแต่ละติกะ ยืนยันว่าความเป็นปัจจัยไม่ได้จำกัดเฉพาะศัพท์บวกในมาติกาเท่านั้น ติกะที่ 22 (นสนิทัสสนติกะ) ได้รับการขยายเต็มรูปแบบเป็นพิเศษเพราะเป็นติกะสุดท้ายในรอบนี้
- หน้า ๑๔๙–๑๗๒ ทุกะ 2-100 จับคู่กับกุสลติกะ (ย่อ) และนสรณทุกะจับคู่ครบ 22 ติกะ ปิดปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ทุกะที่เหลือ 99 คู่จับคู่กับกุสลติกะเพียงติกะเดียว (ย่อรวบรัดด้วย ฯลฯ) ตามด้วยการนำทุกะสุดท้าย (นสรณทุกะ) กลับมาจับคู่กับติกะทั้ง 21 ติกะที่เหลือแบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ทุกมหาปกรณ์ใช้ (ทุกะ/ติกะแรกและสุดท้ายแสดงเต็ม ตัวกลางย่อ) ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียทุกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 172
- หน้า ๑๗๓–๑๙๕ เปิดปัจจนียติกทุกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับทุกะทั้ง 100 มหาปกรณ์ที่ 4 ของวิธีลบล้างเปิดด้วยการสลับแกน (ติกะเป็นตัวตั้งแทนทุกะ) กุสลติกะจับคู่เต็มรูปแบบกับทุกะทั้ง 100 ทุกะ โดยทุกะแรก (นเหตุทุกะ) แสดงทั้ง 2 แบบ (นเหตุบท 29 วาระ และธรรมที่ไม่ใช่นเหตุธรรม 24 วาระ) ทดสอบว่าการวางกรอบด้วยรากเหตุหรือด้วยการปฏิเสธรากเหตุยังคงรักษาโครงข่ายเหตุปัจจัยได้ครบถ้วนหรือไม่
- หน้า ๑๙๖–๒๐๗ ติกะ 2-21 จับคู่กับนเหตุทุกะเท่านั้น (ย่อ) ภาพสะท้อนของการย่อในมหาปกรณ์ก่อนหน้า คราวนี้ติกะที่เหลือ 20 ติกะจับคู่กับทุกะเพียงคู่เดียว (นเหตุทุกะ) แต่ละติกะถูกย่อเหลือครึ่งหน้าถึงหนึ่งหน้าด้วยการอ้างอิงรูปแบบเดิม
- หน้า ๒๐๘–๒๒๒ ติกะ 22 (นสนิทัสสนติกะ) จับคู่กับทุกะทั้ง 100 ปิดปัจจนียติกทุกปัฏฐาน ติกะสุดท้าย (นสนิทัสสนติกะ ว่าด้วยรูปที่เห็นได้กระทบได้) กลับมาแสดงเต็มรูปแบบกับทุกะทั้งหมดอีกครั้ง เหมือนที่กุสลติกะได้รับตอนต้น ยืนยันรูปแบบ "ตัวแรกและตัวสุดท้ายเต็ม ตัวกลางย่อ" ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียติกทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 222
- หน้า ๒๒๓–๒๓๕ เปิดปัจจนียติกติกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับเวทนาติกะและวิปากติกะ (เต็มรูปแบบ) มหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีลบล้าง (ติกะจับคู่กับติกะ) เปิดด้วยกุสลติกะจับคู่เวทนาติกะ (สุข/ทุกข์/อทุกขมสุข) อย่างละเอียดผ่านทั้งสามบทของเวทนา แล้วต่อด้วยวิปากติกะ (วิบาก/เหตุแห่งวิบาก/ไม่ใช่ทั้งสอง) เป็นแม่แบบตั้งต้นของมหาปกรณ์นี้
- หน้า ๒๓๖–๒๕๒ กุสลติกะจับคู่กับติกะที่ 4-21 (ย่อ) ติกะที่เหลืออีก 18 ติกะจับคู่กับกุสลติกะโดยย่อเหลือคนละ 1-2 หน้า ใช้รูปแบบเดียวกับแม่แบบก่อนหน้าตลอด
- หน้า ๒๕๓–๒๖๒ ติกะ 22 จับคู่กับกุสลติกะ (เต็ม) แล้วเริ่มทิศทางกลับ: เวทนาติกะจับคู่กับกุสลติกะ ปิดท้ายการจับคู่กุสลติกะ×ติกะ22 (นสนิทัสสนติกะ) แบบเต็มรูปแบบ จากนั้นวิธีการพลิกทิศทาง: แทนที่จะให้กุสลติกะเป็นตัวตั้ง ติกะที่ 2 (เวทนาติกะ) กลายเป็นตัวตั้งจับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะแทน แสดงเต็มรูปแบบ 49 วาระ เป็นแม่แบบของรอบทิศกลับ
- หน้า ๒๖๓–๒๘๒ ติกะ 3-21 จับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะ (ย่อ) สืบเนื่องจากทิศทางกลับ ติกะที่เหลืออีก 19 ติกะแต่ละติกะจับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะ (แทนที่จะเป็นกุสลติกะจับคู่กับติกะเหล่านั้น) ย่อรวบรัดด้วยการอ้างอิงแม่แบบเวทนาติกะ
- หน้า ๒๘๓–๓๐๖ ติกะ 22 เป็นฐาน จับคู่กับติกะทั้งหมด ปิดปัจจนียติกติกปัฏฐาน ติกะสุดท้าย (นสนิทัสสนติกะ) กลายเป็นตัวตั้งจับคู่ไล่เรียงกับติกะอื่นทั้งหมด (ครั้งแรก×กุสลติกะแสดงเต็ม 30 วาระ ที่เหลือย่อ) ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียติกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 306 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีลบล้างครบถ้วนทั้งสองทิศทาง
- หน้า ๓๐๗–๓๔๑ เปิดปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน: นเหตุทุกะจับคู่กับทุกะทั้งหมดสองทิศทาง มหาปกรณ์ที่ 6 (สุดท้าย) ของวิธีลบล้างเปิดด้วยนเหตุทุกะจับคู่กับทุกะกลุ่มต่างๆ ตามลำดับ (เหตุโคจฉกะ จูฬันตรทุกะ กลุ่มอาสวะ กลุ่มกิเลสทั้ง 6 กลุ่ม กลุ่มจิต-เจตสิก และปิฏฐิทุกะ) ปิดที่หน้า 328 แล้วพลิกทิศทาง ให้แต่ละกลุ่มทุกะเป็นตัวตั้งจับคู่ย้อนกลับกับนเหตุทุกะแทน ปิดทั้งสองทิศทางที่หน้า 341 เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการอ้างอิงรูปแบบซ้ำเพราะตรรกะ "ไม่ใช่ A อาศัยไม่ใช่ B" เหมือนกันไม่ว่าจะสลับตัวแปรใด
- หน้า ๓๔๒–๓๕๘ นสรณทุกะจับคู่กับทุกะที่เหลือ ปิดปัจจนียทุกทุกปัฏฐานและปิดปัจจนียปัฏฐานทั้งหมด ทุกะสุดท้าย (นสรณทุกะ) จับคู่กับทุกะกลุ่มที่เหลือแบบละเอียดที่สุดในมหาปกรณ์นี้ ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 356 ซึ่งเป็นการปิดวิธีลบล้าง (ปัจจนียปัฏฐาน) ทั้ง 6 มหาปกรณ์โดยสมบูรณ์ ตามด้วยอรรถกถาปัจจนียปัฏฐานสั้นๆ (356-357) อธิบายเหตุผลของวิธีนี้พร้อมคาถาระบุชื่อทั้ง 6 มหาปกรณ์ หน้า 358 พบเนื้อหาซ้ำกับหน้า 318 คำต่อคำ ซึ่งน่าจะเป็นข้อบกพร่องของการสแกน/แหล่งข้อมูล มมร. ไม่ใช่เนื้อหาใหม่จริง
- หน้า ๓๕๙–๓๖๙ เปิดอนุโลมปัจจนียปัฏฐาน: กุสลติกนกุสลติกะ (เต็มรูปแบบ) วิธีที่สามเริ่มต้น คือ อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน ซึ่งทดสอบว่าธรรมที่ "ไม่ใช่ X" (ปัจจยุปบัน) อาศัยธรรมที่ "เป็น X" จริง (ปัจจัย) เกิดขึ้นได้หรือไม่ ตรงข้ามกับปัจจนียปัฏฐานที่เพิ่งปิดไป กุสลติกะจับคู่กับตัวเอง (กุศล/อกุศล/อัพยากตะ) พร้อมตัวอย่างรูปธรรมจริง เช่น "จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย" เป็นแม่แบบตั้งต้นของวิธีที่สาม ยืนยันโครงสร้างสี่วิธีของมหาปัฏฐาน (อนุโลม ปัจจนีย อนุโลมปัจจนีย ปัจจนียานุโลม)
- หน้า ๓๗๐–๓๗๕ เวทนาติกนเวทนาติกะ เวทนาติกะจับคู่กับตัวเองภายใต้วิธีอนุโลมปัจจนีย ทดสอบว่าธรรมที่ไม่ใช่สุขเวทนาสัมปยุตต์อาศัยธรรมที่เป็นสุขเวทนาสัมปยุตต์จริงเกิดขึ้นได้หรือไม่ (และเช่นเดียวกันสำหรับทุกข์/อทุกขมสุข) แสดงครบ 21 วาระ
- หน้า ๓๗๖–๔๐๑ วิปากติกนวิปากติกะ และเริ่มติกะที่ 4-8 (self-paired) วิปากติกะจับคู่กับตัวเองอย่างละเอียด (23 วาระอนุโลม 18 วาระปัจจนีย) แสดงความไม่สมมาตรของขนาดแต่ละหมวดในติกะนี้อย่างชัดเจน จากนั้นเริ่มติกะที่ 4-8 (อุปาทินนติกะ สังกิลิฏฐติกะ วิตักกติกะ ปีติติกะ ทัสสนติกะ) แต่ละติกะจับคู่กับตัวเองเต็มรูปแบบ วิตักกติกะให้วาระสูงสุดถึง 49 วาระเพราะสมาชิกสามหมวดผสมกันได้หลายแบบ
- หน้า ๔๐๒–๔๑๗ ติกะที่ 9-15 (self-paired, ผสมเต็ม/ย่อ) ติกะทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ อาจยคามิติกะ เสกขติกะ ปริตตติกะ ปริตตารัมมณติกะ หีนติกะ (อ้างอิงตรงว่าเหมือนสังกิลิฏฐติกะ) และมิจฉัตตติกะ จับคู่กับตัวเอง บางติกะแสดงเต็ม บางติกะย่อด้วยการอ้างอิง ปริตตติกะได้รับการขยายพิเศษถึง 23 วาระ
- หน้า ๔๑๘–๔๒๘ ติกะที่ 16-22 (self-paired) ปิดอนุโลมปัจจนียติกปัฏฐาน ติกะที่เหลือ (มัคคารัมมณติกะ อุปปันนติกะ อตีตติกะ อตีตารัมมณติกะ อัชฌัตตติกะ อัชฌัตตารัมมณติกะ สนิทัสสนติกะ) จับคู่กับตัวเอง อุปปันนติกะและอตีตติกะใช้รูปแบบปัญหาวาระแทนปฏิจจวาระเพราะเป็นหมวดเวลา ไม่ใช่หมวดสภาวะ สนิทัสสนติกะปิดท้ายอย่างละเอียดที่สุด ปิดด้วย "อนุโลมปัจจนียติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 428 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 1 ของวิธีที่สามทั้งหมด
- หน้า ๔๒๙–๔๔๑ เปิดอนุโลมปัจจนียทุกปัฏฐาน: ทุกะ 1-9 (self-paired) มหาปกรณ์ที่ 2 ของวิธีที่สามเปิดด้วยเหตุทุกะจับคู่ตัวเอง พร้อมตัวอย่างรูปธรรมที่ปฏิสนธิขณะ แล้วต่อด้วยสเหตุกทุกะ เหตุสัมปยุตตทุกะ เหตุสเหตุกทุกะ (ใช้ศัพท์ผสมทดสอบการซ้อนทับของสองแกนการจำแนกที่ต่างกัน) เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ นเหตุสเหตุกทุกะ และสัปปัจจยทุกะ/สังขตทุกะ (อ้างอิงตรงว่าเหมือนกัน)
- หน้า ๔๔๒–๔๕๖ ทุกะที่ 9-19 (self-paired, สั้น) สนิทัสสนทุกะ สัปปฏิฆทุกะ รูปีทุกะ (1 วาระเท่านั้น) โลกิยทุกะ เกนจิวิญเญยยทุกะ และกลุ่มอาสวะ (อาสวทุกะ สาสวทุกะ อาสวสัมปยุตตทุกะ อาสวสาสวทุกะ อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ อาสววิปปยุตตสาสวทุกะ) จับคู่กับตัวเอง แต่ละคู่ใช้หนึ่งหน้าหรือน้อยกว่า
- หน้า ๔๕๗–๔๖๒ การย่อขั้นสุดของเล่มนี้: ทุกะ 20-82 ใน 6 หน้า จุดที่ย่อรวบรัดที่สุดในเล่มนี้: กลุ่มโคจฉกะ 6 กลุ่ม (สัญโญชน์ คันถะ โอฆะ โยคะ นีวรณะ ปรามาส รวม 35 ทุกะ) ถูกอ้างอิงตรงว่าเหมือนกับกลุ่มอาสวะทั้งหมด ตามด้วยมหันตรทุกะ (55-68 ว่าด้วยจิต-เจตสิกและความสัมพันธ์กับจิต) ซึ่งยังแสดงบรรทัดสั้นๆ ทีละคู่ และปิดท้ายด้วยทวิโคจฉกทุกะ (69-82 กลุ่มอุปาทานและกิเลส) ที่ถูกยุบเหลือสองบรรทัด รวม 63 ทุกะในช่วง 6 หน้านี้
- หน้า ๔๖๓–๔๗๙ ทุกะที่ 83-99 (self-paired, สั้น) กลุ่มการละกิเลส กลุ่มองค์ฌาน กลุ่มภูมิ และกลุ่มก่อนถึงสรณทุกะ (ทัสสเนนปหาตัพพทุกะ ถึง สอุตตรทุกะ) จับคู่กับตัวเอง คนละหนึ่งหน้า ไม่มีความประหลาดใจเชิงโครงสร้าง
- หน้า ๔๘๐–๔๘๔ สรณทุกะ (ทุกะที่ 100) ปิดอนุโลมปัจจนียทุกปัฏฐาน ทุกะสุดท้าย (สรณทุกะ, มี/ไม่มีความกำเริบ) ได้รับการขยายความเต็มรูปแบบผิดปกติ คือมีทั้งปฏิจจวาระอนุโลมนัย ปัจจนียนัยจริง (ใช้เงื่อนไขปฏิเสธแท้ "เพราะนเหตุปัจจัย") และปัญหาวาระแบบละเอียดยกปัจจัยทีละตัว ปิดท้ายด้วย "อนุโลมปัจจนียทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 483 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 2 ของวิธีที่สาม (หน้า 484 เป็นหน้าว่างคั่นก่อนมหาปกรณ์ถัดไป)
- หน้า ๔๘๕–๔๙๑ เปิดอนุโลมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน: เหตุทุกะจับคู่กับกุสลติกะและเวทนาติกะ มหาปกรณ์ที่ 3 ของวิธีที่สามเปิดด้วยการจับคู่ทุกะกับติกะพร้อมกัน (เช่น "ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ที่ไม่ใช่เหตุ อาศัยธรรมที่เป็นกุศล ที่เป็นเหตุ เกิดขึ้น") เป็นการทดสอบสี่ทางพร้อมกัน (ความเป็นกุศล×ความเป็นเหตุ) ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่เมื่อเทียบกับมหาปกรณ์ก่อนหน้าที่จับคู่กับตัวเองเพียงมิติเดียว
- หน้า ๔๙๒–๕๑๑ เหตุทุกะจับคู่กับติกะ 3-21 (ย่อ) เหตุทุกะจับคู่กับติกะที่เหลือทีละติกะ ย่อรวบรัดคนละประมาณหนึ่งหน้า อุปปันนติกะและอตีตติกะยังคงใช้ปัญหาวาระแทนปฏิจจวาระ และมีเชิงอรรถระบุชัดว่าอัชฌัตตติกะ (ติกะที่ 20) ไม่แสดงในรอบนี้
- หน้า ๕๑๒–๕๓๔ เริ่มสเหตุกทุกะจับคู่กับกุสลติกะ และทุกะที่เกี่ยวกับเหตุ 2-19 ปิดรอบเหตุทุกะ×22ติกะแล้ว เริ่มทุกะที่ 2 (สเหตุกทุกะ) จับคู่กับกุสลติกะ ตามด้วยทุกะที่เกี่ยวกับเหตุอีก 17 คู่ (เหตุสัมปยุตต เหตุสเหตุก ฯลฯ ไปจนถึงกลุ่มอาสวะ) จับคู่กับกุสลติกะเช่นกัน แต่ละคู่แสดงทั้งกุศลบท อกุศลบท อัพยากตบท
- หน้า ๕๓๕–๕๔๙ ฉโคจฉกทุกะ ถึง อุปาทินนทุกะ จับคู่กับกุสลติกะ (ปิดมหันตรทุกะ) กลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (สัญโญชน์ คันถะ โอฆะ โยคะ นีวรณะ ปรามาส รวม 35 ทุกะ) จับคู่กับกุสลติกะแบบย่อ ตามด้วยกลุ่มจิต-เจตสิกและความสัมพันธ์กับจิต (สารัมมณะ จิตต เจตสิก และอนุกรมความสัมพันธ์กับจิตอีก 9 คู่) ปิดท้ายด้วยอัชฌัตติก อุปาทา อุปาทินนทุกะ ปิดกลุ่ม "มหันตรทุกะ" ที่หน้า 549
- หน้า ๕๕๐–๕๗๐ อุปาทานโคจฉกทุกะ ถึง สอุตตรทุกะ จับคู่กับกุสลติกะ กลุ่มอุปาทาน (69-74) กลุ่มกิเลส (75-82) จับคู่กับกุสลติกะแบบย่อ ตามด้วยการละกิเลส องค์ฌาน ภูมิ และกลุ่มก่อนสรณทุกะ (83-99) แต่ละคู่จับคู่กับกุสลติกะทีละคู่จนถึงทุกะที่ 99
- หน้า ๕๗๑–๕๙๘ สรณทุกะ (ทุกะที่ 100) จับคู่กับ 22 ติกะ ปิดอนุโลมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ทุกะสุดท้าย (สรณทุกะ) จับคู่กับกุสลติกะเต็มรูปแบบก่อน แล้วขยายไปจับคู่กับติกะที่เหลือทั้งหมดทีละติกะจนครบ 22 ติกะ คู่สุดท้าย (สรณทุกะ×สนิทัสสนติกะ) แสดงละเอียดที่สุดรวมทั้งปัจจนียนัยและปัจจัยหลายชนิด ปิดท้ายด้วย "อนุโลมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 598 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 3 ของวิธีที่สาม
- หน้า ๕๙๙–๖๐๘ เปิดอนุโลมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับทุกะ 1-3 มหาปกรณ์ที่ 4 ของวิธีที่สามเปิดด้วยกุสลติกะจับคู่กับเหตุทุกะอย่างละเอียด (13 วาระ) แล้วต่อด้วยสเหตุกทุกะและเหตุสัมปยุตตทุกะ (อ้างอิงตรงว่าเหมือนสเหตุกทุกะ) ทดสอบว่าความสัมพันธ์เชิงเหตุปัจจัยระหว่างกุศล/อกุศล/อัพยากตะกับความมีเหตุยังคงสมมาตรเมื่อสลับให้ติกะเป็นตัวตั้ง
- หน้า ๖๐๙–๖๓๓ กุสลติกะจับคู่กับทุกะ 4-54 กุสลติกะจับคู่กับทุกะที่เกี่ยวกับเหตุที่เหลือ กลุ่มวัตถุ-อาสวะ และกลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (ยุบรวมเป็นย่อหน้าเดียวที่หน้า 633) แต่ละคู่ให้วาระ 5-13 มากกว่ามหาปกรณ์ก่อนหน้าเพราะกุสลติกะครอบคลุมธรรมเกือบทุกประเภท
- หน้า ๖๓๔–๖๕๕ กุสลติกะจับคู่กับกลุ่มจิต-เจตสิกทุกะ (55-82) กุสลติกะจับคู่กับสารัมมณทุกะ จิตตทุกะ เจตสิกทุกะ และอนุกรมความสัมพันธ์กับจิตอีก 9 คู่ (บางคู่ถูกข้ามเพราะอ้างอิงตรงว่าเหมือนจิตตทุกะ) ตามด้วยอัชฌัตติก อุปาทา อุปาทินนทุกะ และกลุ่มอุปาทาน-กิเลส (69-82 ยุบรวม)
- หน้า ๖๕๖–๖๗๗ กุสลติกะจับคู่กับทุกะ 83-100 ปิดรอบกุสลติกะทั้ง 100 ทุกะ กุสลติกะจับคู่กับกลุ่มการละกิเลส องค์ฌาน ภูมิ และกลุ่มโสดาบันจนถึงอรหัตต์ (83-100) หลายคู่ให้เพียง 1 วาระเพราะขอบเขตซ้อนทับกับกุสลติกะแคบมาก ปิดท้ายที่หน้า 677 ซึ่งเป็นการปิดรอบกุสลติกะ×ทุกะทั้ง 100 คู่ครบถ้วน หน่วยที่ใหญ่ที่สุดในมหาปกรณ์นี้
- หน้า ๖๗๘–๗๐๔ ติกะ 2-21 จับคู่กับเหตุทุกะเท่านั้น (ย่อ) ภาพสะท้อนการย่อ: ติกะที่เหลือ 20 ติกะจับคู่กับทุกะเพียงคู่เดียว (เหตุทุกะ) แต่ละติกะย่อคนละ 1-2 หน้า อุปปันนติกะและอตีตติกะยังคงใช้ปัญหาวาระแทนปฏิจจวาระเพราะเป็นหมวดเวลา
- หน้า ๗๐๕–๗๓๔ ติกะ 22 (สนิทัสสนติกะ) จับคู่กับทุกะ 1-54 ติกะสุดท้ายกลับมาจับคู่กับทุกะทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง (เหมือนที่กุสลติกะได้รับ) ผ่านกลุ่มเหตุ ทุกะของตัวเอง (สนิทัสสนทุกะ) กลุ่มอาสวะ และกลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (ยุบรวม) มีเชิงอรรถระบุว่าทุกะที่ 7-8 (สัปปัจจยทุกะ สังขตทุกะ) ไม่แสดงในฉบับ มมร. นี้ แต่แสดงในฉบับ มจร.
- หน้า ๗๓๕–๗๘๐ ติกะ 22 จับคู่กับทุกะ 55-100 ปิดอนุโลมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน ติกะสุดท้ายจับคู่กับกลุ่มจิต-เจตสิก (55-65 แสดงเต็มกว่าที่กุสลติกะเคยได้รับ) อัชฌัตติก อุปาทา อุปาทินน กลุ่มอุปาทาน-กิเลส (ยุบรวม) กลุ่มการละกิเลส องค์ฌาน และภูมิ จนถึงทุกะสุดท้าย (สรณทุกะ) ปิดท้ายด้วย "อนุโลมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 780 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 4 ของวิธีที่สาม
- หน้า ๗๘๑–๗๘๗ เปิดอนุโลมปัจจนียติกติกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับเวทนาติกะ (เต็มรูปแบบ) มหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีที่สามเปิดด้วยกุสลติกะจับคู่เวทนาติกะอย่างละเอียดครบทั้ง 4 นัย (อนุโลม ปัจจนีย อนุโลมปัจจนีย ปัจจนียานุโลม) พร้อมวาระจริง (13, 21, 18 วาระ) เป็นแม่แบบของมหาปกรณ์นี้
- หน้า ๗๘๘–๘๒๔ กุสลติกะจับคู่กับติกะ 3-22 (ย่อ) กุสลติกะจับคู่กับติกะที่เหลือ 20 ติกะ (วิปาก อุปาทินน สังกิลิฏฐ วิตักก ปีติ ทัสสนะ ฯลฯ จนถึงสนิทัสสนติกะ) ย่อคนละ 1-2 หน้า วิปากติกะให้เพียง 3 วาระเพราะวิบากธรรมถูกจำกัดอยู่ในอัพยากตะเท่านั้น เสกขติกะต้อง "มีมูล 2" จึงจะได้ 6 วาระ
- หน้า ๘๒๕–๘๓๔ ติกะ 2-7 จับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะ แล้วกระโดดไปสนิทัสสนติกะ วิธีการพลิกทิศทาง: ติกะที่ 2-7 (เวทนา วิปาก อุปาทินน สังกิลิฏฐ สวิตักก ปีติ) แต่ละติกะจับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะ จากนั้นข้อความกระโดดข้ามติกะที่ 8-21 โดยไม่มีหมายเหตุ ตรงไปยังสนิทัสสนติกะ (ติกะที่ 22) จับคู่กับกุสลติกะ เป็นช่องว่างจริงในต้นฉบับที่ควรตรวจสอบเทียบฉบับอื่นหากต้องการความครบถ้วน
- หน้า ๘๓๕–๘๔๖ สนิทัสสนติกะเป็นฐาน จับคู่กับติกะทั้งหมด ปิดอนุโลมปัจจนียติกติกปัฏฐาน ติกะสุดท้ายกลายเป็นตัวตั้งจับคู่ไล่เรียงกับติกะอื่นทั้งหมด ปิดท้ายด้วยหมายเหตุ "ปัญหาวาระก็พึงให้พิสดาร" แล้วปิด "อนุโลมปัจจนียติกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 846 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีที่สาม
- หน้า ๘๔๗–๘๖๗ เปิดอนุโลมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน: เหตุทุกะจับคู่กับทุกะ 1-18 มหาปกรณ์ที่ 6 (สุดท้าย) ของวิธีที่สามเปิดขึ้น — นี่คือมหาปกรณ์สุดท้ายของทั้ง 6 มหาปกรณ์ในปฏิบัติการมหาปัฏฐานทั้งหมด เหตุทุกะจับคู่กับทุกะที่เกี่ยวกับเหตุอีก 17 คู่ วาระต่ำ (มักเพียง 1 หรือ 3) เพราะทุกะประกอบเหล่านี้เป็นการซ้อนทับหมวดที่แคบมาก เช่นธรรมที่ทั้งเป็นเหตุและมีเหตุพร้อมกันเป็นหมวดที่แคบเกือบเป็นวงกลม
- หน้า ๘๖๘–๘๘๙ เหตุทุกะจับคู่กับกลุ่มโคจฉกะและทุกะที่เหลือ ปิดรอบเหตุทุกะ เหตุทุกะจับคู่กับกลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (ยุบรวมเป็นคู่ละกลุ่ม) กลุ่มจิต-เจตสิก และปิฏฐิทุกะ มีการข้ามทุกะ 65-81 อย่างชัดเจน ("พึงจำแนกนัยให้พิสดาร") และข้ามทุกะ 84-98 อย่างไม่มีหมายเหตุ ก่อนปิดรอบเหตุทุกะ×ทุกะทั้งหมดที่หน้า 889
- หน้า ๘๙๐–๙๓๑ ทิศทางกลับ: ทุกะ 2-99 จับคู่กับเหตุทุกะ วิธีการพลิกทิศทาง: ทุกะแต่ละตัวกลายเป็นตัวตั้งจับคู่ย้อนกลับกับเหตุทุกะแทน มีการระบุอย่างตรงไปตรงมาว่าทุกะที่ 6 (นเหตุสเหตุกทุกะ) "ไม่แสดง" (ต่างจากที่อื่นซึ่งมักข้ามแบบไม่มีหมายเหตุ) และทุกะที่ 8 อ้างอิงตรงว่าเหมือนทุกะที่ 7 ครอบคลุมกลุ่มวัตถุ กลุ่มอาสวะ กลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม และกลุ่มจิต-เจตสิก
- หน้า ๙๓๒–๙๔๓ สรณทุกะจับคู่กับทุกะที่เหลือ ปิดอนุโลมปัจจนียทุกทุกปัฏฐานและปิดอนุโลมปัจจนียปัฏฐานทั้งหมด ทุกะสุดท้าย (สรณทุกะ) จับคู่กับทุกะกลุ่มที่เหลือทั้งหมด ปิดท้ายด้วย "อนุโลมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 943 ซึ่งเป็นการปิดวิธีที่สาม (อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน) ทั้ง 6 มหาปกรณ์โดยสมบูรณ์
- หน้า ๙๔๔–๙๔๖ อรรถกถาอนุโลมปัจจนียปัฏฐาน บทอรรถกถาอธิบายหลักการของวิธีที่สาม (การยืนยันธรรมที่เป็นปัจจัยแต่ปฏิเสธความเป็นกุศลเป็นต้นของธรรมที่เป็นผล) พร้อมคาถาสรุประบุชื่อทั้ง 6 มหาปกรณ์และโครงสร้าง "นัย 24" (4 วิธีหลัก × เงื่อนไข) ปิดท้ายที่หน้า 945 หน้า 946 ว่างเปล่าเป็นรอยต่อก่อนวิธีที่สี่
- หน้า ๙๔๗–๙๕๖ เปิดปัจจนียานุโลมปัฏฐาน: นกุสลติกกุสลติกะ (เต็มรูปแบบ) วิธีที่สี่และสุดท้ายเริ่มต้น คือ ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน (ตรงข้ามกับวิธีที่สาม) ทดสอบว่าธรรมที่เป็น X จริงอาศัยธรรมที่ไม่ใช่ X เกิดขึ้นได้หรือไม่ กุสลติกะจับคู่กับตัวเองอย่างละเอียดครบทั้งปฏิจจวาระ สังสัฏฐวาระ ปัญหาวาระ แสดงตรรกะจริงว่ากุศล/อกุศล/อัพยากตะอาศัย "ธรรมที่ไม่ใช่กุศล" (คืออกุศลหรืออัพยากตะ) เกิดขึ้นได้ เพราะกุศลกับอกุศลไม่เป็นเหตุปัจจัยแก่กันโดยตรง
- หน้า ๙๕๗–๙๖๖ ติกะ 2-13 จับคู่กับตัวเอง ภายใต้วิธีที่สี่ (ย่อ) ติกะที่เหลือ 12 ติกะ (เวทนา วิบาก อุปาทินน สังกิเลส วิตักกะ ปีติ ทัสสนะ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกะ อาจยคามี เสกขะ ปริตตะ ปริตตารัมมณะ) จับคู่กับตัวเอง แต่ละติกะเหลือเพียงย่อหน้าเดียวปิด "จบ" ทันที ไม่มีปัญหาวาระหรือนัยปัจจนียแยกให้เห็น
- หน้า ๙๖๗–๙๗๔ ติกะ 14-22 จับคู่กับตัวเอง ปิดปัจจนียานุโลมติกปัฏฐาน ติกะที่เหลือ 9 ติกะยิ่งสั้นลง (บางติกะมีเพียง 1-2 วาระ) อุปปันนติกะและอตีตติกะใช้ปัญหาวาระแทนเพราะเป็นหมวดเวลา ติกะสุดท้าย (สนิทัสสนติกะ) ขยายเป็น 35 วาระเพราะมีมิติสัปปฏิฆะซ้อนอยู่ด้วย ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียานุโลมติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 974 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 1 ของวิธีที่สี่ครบทั้ง 22 ติกะ
- หน้า ๙๗๕–๙๙๑ เปิดปัจจนียานุโลมทุกปัฏฐาน: ทุกะ 1-19 จับคู่กับตัวเอง มหาปกรณ์ที่ 2 ของวิธีที่สี่เริ่มไล่ทุกะทีละคู่ (เหตุทุกะ ถึง อาสววิปปยุตตสาสวทุกะ) แต่ละคู่นับวาระ 9 เป็นส่วนใหญ่ (บางคู่ 3 หรือ 5 เพราะมิติไม่สมมาตร)
- หน้า ๙๙๒–๑๐๐๖ ทุกะ 20-68 จับคู่กับตัวเอง (กลุ่มโคจฉกะ ถึง อุปาทินนทุกะ) กลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (35 ทุกะ) ยุบรวมเป็นชุดเดียว ตามด้วยกลุ่มจิต-เจตสิกที่แจกแจงทีละคู่ เกือบทั้งหมดนับ 9 วาระ (บางคู่เช่นอุปาทาทุกะและอุปาทินนทุกะนับ 5 วาระเพราะไม่สมมาตร)
- หน้า ๑๐๐๗–๑๐๒๕ ทุกะ 69-100 จับคู่กับตัวเอง ปิดปัจจนียานุโลมทุกปัฏฐาน ทุกะที่เหลือ (กลุ่มอุปาทาน-กิเลส ยุบรวม, การละกิเลส, องค์ฌาน, ภูมิ, จนถึงสรณทุกะ) จับคู่กับตัวเอง สรณทุกะ (ทุกะที่ 100) ขยายความเต็มรูปแบบพิเศษ (ปฏิจจวาระทั้งอนุโลมและปัจจนียนัย ตามด้วยปัญหาวาระซ้อนหลายปัจจัย) ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียานุโลมทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 1025 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 2 ของวิธีที่สี่
- หน้า ๑๐๒๖–๑๐๕๐ เปิดปัจจนียานุโลมทุกติกปัฏฐาน: ทุกะ 1-17 จับคู่กับกุสลติกะ มหาปกรณ์ที่ 3 ของวิธีที่สี่เปิดขึ้น ทุกะ 17 คู่แรก (เหตุทุกะ ถึง อาสวสาสวทุกะ) จับคู่กับกุสลติกะทีละคู่ สูตรมาตรฐาน: ธรรมกุศล/อกุศล/อัพยากตะที่เป็นด้านบวกของทุกะ อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลซึ่งเป็นด้านลบของทุกะ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
- หน้า ๑๐๕๑–๑๐๗๓ ทุกะ 17-82 จับคู่กับกุสลติกะ: ชุดจิตต-และกลุ่มโคจฉกะ ทุกะที่ 18 ถูกระบุว่าไม่แสดงเพราะเป็นหมวดว่างทางตรรกะ กลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (35 ทุกะ) ยุบรวม ตามด้วยชุดความสัมพันธ์กับจิตที่แจกแจงทีละคู่ (สารัมมณะ จิตต เจตสิก และอนุกรมอีก 9 คู่) แล้วกลุ่มอุปาทาน-กิเลสอีกสองกลุ่ม (69-82) ยุบรวมอีกครั้ง
- หน้า ๑๐๗๔–๑๐๘๙ ทุกะ 83-100 จับคู่กับกุสลติกะ ปิดรอบกุสลติกะ ทุกะที่เหลือ (การละกิเลส องค์ฌาน ภูมิ จนถึงสรณทุกะ) จับคู่กับกุสลติกะ ปิดท้ายด้วย "นสรณทุกนกุสลติกสรณทุกกุสลติกะ จบ" ซึ่งปิดรอบทุกะ 1-100 จับคู่กับกุสลติกะครบถ้วน
- หน้า ๑๐๙๐–๑๑๐๑ เหตุทุกะจับคู่กับติกะ 2-8 แกนพลิก: เหตุทุกะเป็นตัวตั้งคงที่ จับคู่กับติกะที่เหลือทีละติกะ (เวทนา วิบาก อุปาทินน สังกิเลส วิตักกะ ปีติ) ทดสอบว่าธรรมที่เป็นเหตุยังคงเป็นปัจจัยแก่หมวดต่างๆ ของแต่ละติกะได้เพียงใด
- หน้า ๑๑๐๒–๑๑๑๙ เหตุทุกะจับคู่กับติกะ 9-22 ปิดรอบทุกะที่ 1 ปิดรอบทุกะที่ 1 (เหตุทุกะ) จับคู่กับติกะที่เหลือทั้งหมด อุปปันนติกะและอตีตติกะใช้ปัญหาวาระแทน มีเชิงอรรถระบุชัดว่าติกะที่ 20 (อัชฌัตติกธรรม) "ท่านมิได้จำแนกไว้" และการผสมอัชฌัตต-พหิทธาอารมณ์ "ไม่มีแสดง" — ข้อยกเว้นเชิงโครงสร้างที่แท้จริง ไม่ใช่การย่อ
- หน้า ๑๑๒๐–๑๑๔๐ ติกะ 22 (สนิทัสสนติกะ) จับคู่กับทุกะ 2-19 ติกะสุดท้ายกลายเป็นตัวตั้งจับคู่กับทุกะทีละคู่ ทุกะที่ 4-5 มีหมายเหตุว่า "ไม่มีการนับวาระ" เพราะรากเหตุไม่อาจเป็นอารมณ์ของตัวเองได้ ทุกะที่ 8 อ้างอิงตรงว่าเหมือนทุกะที่ 7
- หน้า ๑๑๔๑–๑๑๘๓ ติกะ 22 จับคู่กับทุกะ 20-100 ปิดปัจจนียานุโลมทุกติกปัฏฐาน ติกะสุดท้ายจับคู่กับกลุ่มกิเลส 6 กลุ่ม (ยุบรวมซ้ำอีกครั้ง) กลุ่มจิต-เจตสิก และทุกะที่เหลือทั้งหมดจนถึงสรณทุกะ (ทุกะที่ 100) ซึ่งขยายความเต็มรูปแบบครบทั้ง 4 นัย ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียานุโลมทุกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 1183 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 3 ของวิธีที่สี่
- หน้า ๑๑๘๔–๑๒๑๙ เปิดปัจจนียานุโลมติกทุกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับทุกะทั้ง 100 มหาปกรณ์ที่ 4 ของวิธีที่สี่เปิดด้วยกุสลติกะจับคู่กับทุกะทั้งหมด วาระค่อนข้างสูง (3-21) เพราะกุศล/อกุศล/อัพยากตะครอบคลุมธรรมเกือบทุกประเภท จุดย่อรวบรัดที่สุดอยู่ที่หน้า 1206-1207 ซึ่งยุบทุกะ 20-92 (รวมกลุ่มโคจฉกะทั้งหมด) ลงในสองหน้า ปิดท้ายด้วยการปิดรอบกุสลติกะที่หน้า 1219
- หน้า ๑๒๒๐–๑๒๔๑ ติกะ 2-21 จับคู่กับเหตุทุกะเท่านั้น (ย่อ) แทนที่จะแจกแจงทุกติกะกับทุกะครบ 100 คู่ ข้อความจับคู่ติกะที่เหลือ 20 ติกะกับเพียงทุกะเดียว (เหตุทุกะ) แต่ละติกะได้หนึ่งหน้าโดยประมาณ อุปปันนติกะและอตีตติกะ (หน้า 1237-1238) ใช้ปัญหาวาระแทนเพราะเป็นหมวดเวลา
- หน้า ๑๒๔๒–๑๓๐๗ ติกะ 22 (สนิทัสสนติกะ) จับคู่กับทุกะ 1-99 ติกะสุดท้ายจับคู่กับทุกะทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง เหมือนที่กุสลติกะได้รับตอนต้นมหาปกรณ์ ผ่านกลุ่มเหตุ กลุ่มจิต-เจตสิก กลุ่มอุปาทาน-กิเลส (ยุบรวม) การละกิเลส องค์ฌาน ภูมิ และกลุ่มโสดาบันจนถึงอรหัตต์
- หน้า ๑๓๐๘–๑๓๑๐ สรณทุกะ (ทุกะที่ 100) จับคู่กับสนิทัสสนติกะ ปิดปัจจนียานุโลมติกทุกปัฏฐาน ทุกะสุดท้ายจับคู่กับติกะสุดท้าย โดยขยายบทอรณะ (ธรรมปราศจากกิเลสเป็นเหตุขัดข้อง) เป็น 15 ข้อย่อยแต่ละข้อมี 7 วาระ ปิดท้ายด้วยข้อความอ้างอิงหลักว่าให้นับวาระตามแบบกุสลติกะที่วางไว้แต่ต้น แล้วปิด "ปัจจนียานุโลมติกทุกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 1310 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 4 ของวิธีที่สี่
- หน้า ๑๓๑๑–๑๓๑๙ เปิดปัจจนียานุโลมติกติกปัฏฐาน: กุสลติกะจับคู่กับเวทนาติกะ วิปากติกะ อุปาทินนติกะ มหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีที่สี่เปิดด้วยกุสลติกะจับคู่เวทนาติกะอย่างละเอียดครบทั้ง 9 วาระต่อบท (สุข ทุกข์ อทุกขมสุข) แสดงตรรกะจริง เช่น ทุกขเวทนาสัมปยุตต์เกิดเฉพาะกับอกุศลเท่านั้นจึงมีเพียง 3 วาระ ขณะที่สุขเวทนาและอทุกขมสุขเวทนาเกิดร่วมได้ทั้งสามชาติจึงมี 9 วาระ
- หน้า ๑๓๒๐–๑๓๔๗ กุสลติกะจับคู่กับติกะที่เหลือ 4-22 กุสลติกะจับคู่กับติกะที่เหลือทั้งหมดตามลำดับจนครบ 21 ติกะ กลับไปใช้รูปแบบย่อมาตรฐาน (ตัวอย่างแรกแล้วตามด้วย ฯลฯ) มีหมายเหตุว่าอตีตติกะที่ 17 ไม่แสดงแยก
- หน้า ๑๓๔๘–๑๓๘๔ สลับทิศทาง: ติกะ 2-22 จับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะ เมื่อกุสลติกะจับคู่ครบทุกทิศแล้ว มาตรฐานของมหาปัฏฐานกำหนดให้ทำซ้ำแบบสลับทิศ คือให้ติกะแต่ละตัวเป็นตัวตั้งจับคู่ย้อนกลับกับกุสลติกะแทน ทดสอบทิศทางเหตุปัจจัยแบบกลับกัน ยืนยันว่าความสัมพันธ์สมมาตรในแง่จำนวนวาระแต่ต้องแสดงแยกกันเพราะธรรมที่เป็นฐานกับผลต่างกัน
- หน้า ๑๓๘๕–๑๔๒๑ รอบใหม่: สนิทัสสนติกะเป็นฐาน จับคู่กับติกะทั้งหมด ปิดปัจจนียานุโลมติกติกปัฏฐาน เริ่มรอบใหม่โดยใช้ติกะสุดท้าย (สนิทัสสนติกะ) เป็นตัวตั้งแทน จับคู่ไล่เรียงกับติกะที่เหลือทั้งหมดจนครบ 21 คู่ ปิดท้ายด้วย "ปัจจนียานุโลมติกติกปัฏฐาน จบ" ที่หน้า 1421 ซึ่งปิดมหาปกรณ์ที่ 5 ของวิธีที่สี่ หมายถึงติกะทั้ง 22 ได้ถูกจับคู่ครบทุกทิศทางภายใต้ทั้ง 4 วิธีแล้ว
- หน้า ๑๔๒๒–๑๔๔๓ เปิดปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน: เหตุทุกะจับคู่กับทุกะ 2-17 มหาปกรณ์ที่ 6 (สุดท้ายของทั้งหมด) ของวิธีที่สี่เปิดขึ้น เหตุทุกะจับคู่กับทุกะที่เกี่ยวกับเหตุและวัตถุ-อาสวะทีละคู่ ทุกะที่ 7-8 อ้างอิงตรงว่าเหมือนกัน
- หน้า ๑๔๔๔–๑๔๗๓ เหตุทุกะจับคู่กับกลุ่มโคจฉกะและกลุ่มจิต-เจตสิก (ยุบรวมทุกะ 87-98) เหตุทุกะจับคู่กับกลุ่มกิเลส 6 กลุ่มทีละกลุ่ม (ยุบรวม) แล้วกลุ่มจิต-เจตสิก อัชฌัตติก อุปาทา อุปาทินน กลุ่มอุปาทาน-กิเลส และการละกิเลสจนถึงสวิตักกทุกะ มีคำสั่งย่อชัดเจนที่หน้า 1473 ว่าทุกะที่ 87-98 ทั้งหมดให้เข้าใจตามรูปแบบเดิม (ฯลฯ) โดยไม่แจกแจง
- หน้า ๑๔๗๔–๑๔๙๐ เหตุทุกะจับคู่กับสรณทุกะ ปิดคู่แรก แล้วเริ่มทิศกลับ เหตุทุกะจับคู่กับสรณทุกะ (ทุกะที่ 100) ปิดคู่แรกที่หน้า 1475 จากนั้นพลิกทิศทาง: ทุกะที่ 2 เป็นต้นไปกลายเป็นตัวตั้งจับคู่ย้อนกลับกับเหตุทุกะแทน มีหมายเหตุว่าทุกะที่ 6 (นเหตุสเหตุกทุกะ) เป็นคู่สุดท้ายที่ "แสดงไม่ได้" เพราะศัพท์นิยามขัดแย้งกับเหตุทุกะโดยตรง แล้วกระโดดข้ามไปยังสารัมมณทุกะและสรณทุกะ
- หน้า ๑๔๙๑–๑๕๑๘ สรณทุกะจับคู่กับทุกะที่เหลือทั้งหมด: ปิดมหาปัฏฐานทั้งหมดและปิดพระอภิธรรมปิฎก (จุดสำคัญที่สุดของเล่ม) ทุกะสุดท้าย (สรณทุกะ) จับคู่กับทุกะกลุ่มที่เหลือเกือบทั้งหมดอย่างละเอียด (ปัญจวาระ ปัจจยวาระ สหชาตวาระ ปัญหวาระ ครบทุกนัย) จนถึงทุกะที่ 99 แล้วปิดท้ายด้วยโคลอฟอนซ้อนกัน 5 ชั้นในหน้า 1518 เดียว: ปิดคู่สุดท้าย ปิดมหาปกรณ์ที่ 6 (ทุกทุกปัฏฐาน) ปิด "ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน จบ" (วิธีที่ 4 และวิธีสุดท้ายจบสมบูรณ์) ปิด "ปัฏฐานปกรณ์ จบบริบูรณ์" (คัมภีร์ปัฏฐานทั้งเล่มทั้ง 4 วิธี × 6 มหาปกรณ์จบ) และปิด "พระอภิธรรมปิฎก จบ" — พระอภิธรรมปิฎกทั้งปิฎก (ปิฎกที่ 3 และปิฎกสุดท้ายของพระไตรปิฎก) ประกาศจบสมบูรณ์ที่หน้านี
- หน้า ๑๕๑๙ คำอนุโมทนา บทอนุโมทนาสั้นๆ ต่อจากการปิดพระอภิธรรมปิฎกทันที กล่าวอุทิศบุญกุศลจากงานแปล/แต่งคัมภีร์ให้เทวดาอนุโมทนา ขอให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ และอัญเชิญอานุภาพแห่งการบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นเครื่องคุ้มครอง ทำหน้าที่เป็นบทส่งท้ายก่อนเข้าสู่ส่วนอรรถกถา
- หน้า ๑๕๒๐–๑๕๒๑ อรรถกถาปัจจนียานุโลมปัฏฐาน อรรถกถาอธิบายหลักตรรกะของสูตรบาลี "นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา" ชี้แจงว่าการปฏิเสธ "กุศล" ไม่ได้ปฏิเสธธรรมที่เป็นผล อ้างคาถาระบุชื่อทั้ง 6 มหาปกรณ์ (ติกปัฏฐานอันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐาน ทุกทุกปัฏฐาน) ยืนยันโครงสร้าง 6 มหาปกรณ์ด้วยคำอรรถกถาเอง ปิดท้ายที่หน้า 1521
- หน้า ๑๕๒๒–๑๕๒๖ ปริโยสานวรรณนา คำอุทิศของพระพุทธโฆสาจารย์ และโคลงปิดท้ายฉบับ มมร. ทั้งชุด (หน้าสุดท้ายของเล่ม 91 และของทั้งฉบับ) บทสรุปปิดท้ายอรรถกถาทั้งคัมภีร์ปัฏฐาน เรียกมหาปกรณ์นี้ว่า "สมันตปัฏฐาน" (24 นัยคูณ 4 วิธี รวม 96 นัย) และปฏิเสธคำสอนทางเลือกชื่อ "ผัสสปัฏฐาน" ที่บางอาจารย์เสนอ ว่าไม่มีหลักฐานในพระบาลีหรืออรรถกถา จากนั้นเป็นคาถาอุทิศของท่านผู้แต่งอรรถกถา ซึ่งหน้า 1525 ระบุชื่อชัดเจนว่าคือ "พระพุทธโฆสาจารย์" พร้อมยกย่องความบริสุทธิ์ ศรัทธา ความรู้ และความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกทั้งสามพร้อมอรรถกถาของท่าน ระบุว่าท่านแต่งอรรถกถาพระอภิธรรมปิฎกทั้งสิ้นนี้จบแล้ว หน้า 1526 ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายจริงของเล่ม 91 และของฉบับ มมร.
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐
หน้า ๖๕๑–๗๐๐
หน้า ๗๐๑–๗๕๐
หน้า ๗๕๑–๘๐๐
หน้า ๘๐๑–๘๕๐
หน้า ๘๕๑–๙๐๐
หน้า ๙๐๑–๙๕๐
หน้า ๙๕๑–๑๐๐๐
หน้า ๑๐๐๑–๑๐๕๐
หน้า ๑๐๕๑–๑๑๐๐
หน้า ๑๑๐๑–๑๑๕๐
หน้า ๑๑๕๑–๑๒๐๐
หน้า ๑๒๐๑–๑๒๕๐
หน้า ๑๒๕๑–๑๓๐๐
หน้า ๑๓๐๑–๑๓๕๐
หน้า ๑๓๕๑–๑๔๐๐
หน้า ๑๔๐๑–๑๔๕๐
หน้า ๑๔๕๑–๑๕๐๐