สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 31 · หน้า 64 · ข้อ 965
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สามารถข่มรัศมีพระพุทธเจ้าเข้าไปภายในได้หรือ. ตอบว่าไม่ได้. เมื่อเป็นเช่นนี้

อะไรส่องให้ร้อน. เดชแห่งรัศมีส่องให้ร้อน เหมือนอย่างว่า แสงแดดถูกต้องตัว

คนที่นั่งโคนไม้ใต้ร่มที่เป็นปริมณฑลในเวลาเที่ยงไม่ได้ก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น ความร้อนก็ยังแผ่ไปทุกทิศ เหมือนเอาเปลวไฟมาล้อมรอบ ฉันใด ฉันนั้น เหมือนกัน เมื่อแสงแดดไม่สามารถข่มรัศมีพระพุทธเจ้าแล้วแทรกเข้าไปข้าง ในได้ ก็พึงทราบว่าพระศาสดาประทับนั่งรับความร้อนอยู่. คำว่า บีบนวด

คือทรงลูบขยำด้วยอำนาจทำการผิงพระปฤษฎางค์. คำว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

น่าอัศจรรย์ คือ พระเถระปลดมหาจีวรออกจากพระปฤษฎางค์ของพระผู้มี พระภาคเจ้า ได้เห็นรอยหย่อนยานเท่าปลายผม เหมือน ขดทองคำในระหว่าง ปลายพระอังสะ (บ่า) ทั้งสองข้างของพระองค์ผู้ประทับนั่งเกิดความสังเวช เมื่อจะตำหนิความแก่ว่า แม้แต่ในพระสรีระขนาดนี้ ก็ยังปรากฏมีความแก่จน ได้ จึงกล่าวอย่างนั้น. นัยว่า นี้ชื่อว่าเป็นของอัศจรรย์สำหรับช่างติ. เมื่อแสดง ว่าพระฉวีวรรณที่หมดจดโดยปกติ ไม่อย่างนั้นเสียแล้ว จึงทูลอย่างนี้ว่า บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า หาได้หมดจดเหมือนเมื่อก่อนไม่ พระเจ้าข้า. จริง เมื่อเวลาที่พระตถาคตเจ้า ยังทรงหนุ่มอยู่ พระวรกายไม่มีรอยย่น เหมือน หนังโคที่เขาเอาขอตั้งร้อยเล่ม มาดึงขึงให้เท่ากัน ด้วยประการฉะนี้. ฝุ่น- ละอองที่มาตั้งไว้ในพระหัตถ์นั้น ก็ตกหล่นไป ค้างอยู่ไม่ได้เลย เหมือนถึง อาการเช็ดด้วยน้ำมัน แต่ในยามแก่เฒ่า (สำหรับคนทั่วไป) เปลวที่ศีรษะ ก็เหี่ยวห่อไป แม้แต่ข้อต่อก็ห่างกันออกไป เนื้อก็ไม่เกาะกระดูกสนิท ถึง ความหย่อนยานห้อยย้อยไปในที่นั้น ๆ. แต่ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย หาเป็น อย่างนั้นไม่ อาการดังที่มานี้ หาได้ปรากฏแก่คนเหล่าอื่นไม่ ปรากฏแต่แก่ พระอานนทเถระเท่านั้น เพราะท่านอยู่ใกล้ชิด ฉะนั้น ท่านจึงทูลอย่างนั้น. คำว่า พระสรีระหย่อนย่น คือ เกลียวย่นปรากฏในที่นั้น ๆ คือ ที่หน้า