ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ... นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศลอัน นำมาซึ่งความสุขประการที่ ๒ อีกประการหนึ่ง อริยสาวกประกอบด้วยความ เลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ... นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศลอันนำมาซึ่ง ความสุขประการที่ ๓ อีกประการหนึ่ง อริยสาวกมีใจปราศจากความตระหนี่ อันเป็นมลทิน มีจาคะอันไม่ติดขัด มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่ การขอ ยินดีในการจำแนกทาน อยู่ครอบครองเรือน นี้เป็นห้วงบุญห้วงกุศล อันนำมาซึ่งความสุขประการที่ ๔ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญห้วงกุศลอัน เป็นปัจจัยนำมาซึ่งความสุข ๔ ประการนี้แล.
[๑๖๐๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใคร ๆ จะนับจะประมาณบุญของ อริยสาวกผู้ประกอบด้วยห้วงบุญห้วงกุศล ๔ ประการนี้ว่า ห้วงบุญห้วงกุศล อันเป็นปัจจัยนำมาซึ่งความสุข มีประมาณเท่านี้ มิใช่กระทำได้โดยง่าย ที่แท้ ห้วงบุญห้วงกุศลย่อมถึงความนับว่า เป็นกองบุญใหญ่ จะนับจะประมาณมิได้.
[๑๖๐๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหานทีเหล่านี้ คือ แม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี ย่อมไหลเรื่อยไปที่ปากน้ำใด จะนับจะประมาณ น้ำที่ปากน้ำนั้นว่า ประมาณเท่านี้อาฬหกะ หรือร้อยอาฬหกะ พันอาฬหกะ แสนอาฬหกะ มิใช่กระทำได้โดยง่าย ที่แท้ แม่น้ำย่อมถึงความนับว่าเป็น กองน้ำใหญ่จะนับจะประมาณมิได้ แม้ฉันใด ใคร ๆ จะนับจะประมาณบุญ ของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยห้วงบุญห้วงกุศล ประการนี้ว่า ห้วงบุญห้วงกุศล อันเป็นปัจจัยนำมาซึ่งความสุข มีประมาณเท่านี้ มิใช่กระทำได้โดยง่าย ที่แท้ ห้วงบุญห้วงกุศลย่อมถึงความนับว่า เป็นกองบุญใหญ่ จะนับจะประมาณมิได้ ฉันนั้นเหมือนกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า