ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๕ · หน้า ๑๖๘ · ข้อ 72
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ปุพพาราม. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปุพพาราเม มิคารมาตุปาสาเท

ดังนี้.

บทว่า วาเสฏฺภารทฺวาชา ได้แก่ วาเสฏฐสามเณรและภารท-

วาชสามเณร. ด้วยสองบทว่า ภิกฺขูสุปริวสนฺติ ความว่า สามเณร

ทั้งสองอยู่ปริวาสอย่างเดียรถีย์ หาอยู่ปริวาสเพื่อพ้นอาบัติไม่. แต่สามเณร เหล่านั้น เพราะมีอายุยังไม่บริบูรณ์ จึงปรารถนาความเป็นภิกษุอยู่. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภิกฺขุภาวํ อากงฺขมานา. แท้จริง สามเณรแม้ทั้งสองเหล่านั้นเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาลชื่อ อุทิจจะ มีทรัพย์สมบัติฝ่ายละ ๔๐ โกฏิ บรรลุถึงฝั่งแห่งไตรเพท ได้ฟัง วาเสฏฐสูตรในมัชฌิมมนิกายได้ถึงสรณะ ฟังเตวิชชสูตรแล้วได้บรรพชาใน

เวลานี้ปรารถนาความเป็นภิกษุจึงอยู่ปริวาส. บทว่า อพฺโภกาเส จงฺกมติ

ความว่า พระผู้มีพระภาคทรงความด้วยพระรัศมีอันมีวรรณะ ๖ ซึ่งแผ่ซ่าน ออกไปในกลางหาว เปรียบเสมือนทองคำอันมีค่าสูง ๑๑ ศอกซึ่งบุคคลดึง มาด้วยเชือกยนต์ฉะนั้น เสด็จจงกรมไป ๆ มา ๆ อยู่ที่เงาของปราสาทใน ส่วนทิศบูรพาของปราสาท ซึ่งติดต่อกันกับทางด้านทิศอุดรและทิศทักษิณ. บทว่า อนุจงฺกมึสุ ความว่า สามเณรทั้งสอง ประคองอัญชลีน้อมสรีระ ลงแล้วจงกรมตามพระผู้มีพระภาค.

บทว่า วาเสฏฺํ อามนฺเตสิ ความว่า วาเสฏฐะและภารทวาชะ สามเณรเหล่านั้น วาเสฏฐะสามเณรฉลาดกว่า ย่อมรู้ถึงสิ่งที่ควรยึดถือ เอาสิ่งที่ควรสละ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกวาเสฏฐสามเณร

นั้นมา. บทว่า ตุมฺเห ขฺวตฺถ ตัดบทเป็น ตุมฺเห โข อตฺถ. บทว่า

พรฺาหฺมณชจฺจา ความว่าเป็นพราหมณ์โดยเชื้อชาติ. บทว่า พฺราหฺมณกุลีนา ความว่า มีตระกูล คือสมบูรณ์ด้วยตระกูลในหมู่พราหมณ์. บทว่า พฺราหฺมณ- กุลา ความว่า จากตระกูลพราหมณ์ อธิบายว่า ละตระกูลพราหมณ์