บทว่า ศาสดาของเราทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสเพื่อแสดงถึงอาการอันทำให้เดือดร้อนของสาวกเหล่านั้น. บทว่า
ย่อมไม่เป็นเหตุเดือดร้อนในภายหลัง อธิบายว่า ชื่อว่าย่อมไม่ทำความ เดือดร้อนในภายหลัง เพราะข้อที่สาวกทั้งหลาย อาศัยพระศาสดาพึงบรรลุ ได้บรรลุแล้ว.
บทว่า เถโร ได้แก่ผู้มั่นคง คือประกอบด้วยธรรมอันทำให้เป็น
ผู้มั่นคง. คำว่า รตฺตญฺญู เป็นต้น มีเนื้อความกล่าวไว้แล้ว. บทว่า เอเตหิ
เจปิ คือด้วยคำเหล่านี้ ท่านกล่าวไว้ตอนต้น บทว่า เป็นผู้บรรลุธรรมอัน เกษมจากโยคะ ความว่า พระอรหัต ชื่อว่า เป็นแดนเกษมจากโยคะใน ธรรมวินัยนี้ เพราะพระอรหัตเป็นแดนเกษมมาจากโยคะ ๔ สาวกทั้งหลาย
บรรลุพระอรหัตนั้น. บทว่า ควรที่จะกล่าวพระสัทธรรมได้โดยชอบ อธิ-
บายว่า พึงเป็นผู้สามารถจะกล่าวพระสัทธรรมได้โดยชอบ เพราะเล่าเรียน
มาเฉพาะหน้า. บทว่า เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ คือ พระอริยสาวกทั้ง
หลาย เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์อยู่. บทว่า เป็นผู้บริโภคกาม คือ
คฤหัสถ์ผู้เป็นพระโสดาบัน. บททั้งหลายเป็นต้นว่า พรหมจรรย์สำเร็จ
ผลนั้น พิสดารแล้วในมหาปรินิพพานสูตรนั่นแล.
บทว่า ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตํ แปลว่าถึงความเลิศด้วยลาภและ
ด้วยยศ. บททั้งหลาย ดูก่อนจุนทะ ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระเป็น
สาวกของเราในบัดนี้มีอยู่แล ดังนี้ผู้เป็นเถระในบทนี้ ได้แก่พระ
เถระมีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นต้น. บทว่า ภิกษุณีทั้งหลาย
ได้แก่เขมาเถรีและอุบลวัณณาเถรีเป็นต้น. บททั้งหลายว่า อุบาสกทั้งหลาย
ผู้เป็นสาวก เป็นคฤหัสถ์นุ่งขาวห่มขาว ประพฤติพรหมจรรย์ ดังนี้