แหละ ย่อมระงับ เมื่อภิกษุไปเพื่อจะระงับในที่อื่น อันสงฆ์วินิจฉัยแล้วใน ระหว่างทางก็ย่อมระงับได้ อันภิกษุไปมอบให้แก่สงฆ์ในที่ใด อันสงฆ์ในที่ นั้นวินิจฉัยแล้ว ก็ย่อมระงับได้ หรือว่า ครั้นเมื่อสงฆ์ ไม้อาจเพื่อจะระงับ อันบุคคลผู้อันสงฆ์สมมติแล้ว วินิจฉัยเพื่อดึงออก ( จากอาบัติ ) ในที่นั้น นั่นแหละ ย่อมระงับได้เช่นกัน. ก็และครั้นเมื่อวิวาทาธิกรณ์นั้นระงับอยู่ อย่างนี้ ความพร้อมหน้าสงฆ์ ความพร้อมหน้าธรรม ความพร้อมหน้าวินัย ความพร้อมหน้าบุคคล อันใด อันนี้ชื่อว่า สัมมุขาวินัย. ก็บรรดาความ พร้อมหน้าเหล่านั้น ความที่สงฆ์ผู้กระทำ (กรรม) พร้อมหน้ากัน ด้วย สามารถแห่งความสามัคคีของสงฆ์ อันนี้ชื่อว่า ความพร้อมหน้าสงฆ์. ความ ที่มีวัตถุ ( เรื่อง ) อันจะพึงระงับ ชื่อว่า ความพร้อมหน้าธรรม. การ พิจารณาโดยประกาศที่วิวาทาธิกรณ์ จะพึงระงับไป ชื่อว่า ความพร้อม
หน้าวินัย. ภิกษุใดวิวาทกัน และวิวาทด้วยเนื้อความอันใด ความพร้อม
หน้ากันแห่งเนื้อความและคู่กรณี ( ข้าศึก ) ทั้งสองนั้น ชื่อว่า ความพร้อม
หน้าบุคคล. ก็ความพร้อมหน้าสงฆ์ในวิวาทาธิกรณ์นี้ ย่อมเสื่อหายไป
ในเพราะการเข้าไประงับเพื่อดึงออก ( จากอาบัติ ). วิวาทาธิกรณ์ ย่อม ระงับไปด้วยสัมมุขาวินัยเท่านั้น อย่างนี้ก่อน. ก็ถ้าว่า วิวาทาธิกรณ์ไม่ ระงับไป แม้อย่างนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้พวกภิกษุผู้อันสงฆ์สมมุติ เพื่อดึงออก ( จากอาบัติ ) ย่อมมอบเรื่องนั้นแก่สงฆ์นั่นแหละด้วยคิดว่า พวกเราไม่อาจ
เพื่อจะระงับได้. ลำดับนั้น สงฆ์จึงสมมุติภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ห้า ให้
เป็นผู้จับฉลาก เพราะความที่พระธรรมวาทีแห่งบริษัท ผู้ยังภิกษุรูปนั้นให้ จับฉลาก ด้วยสามารถแห่งวิธี อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาการจับฉลาก ๓ อย่าง คือ ซ่อน ๑ เปิดเผย ๑ กระซิบที่หูของตน ๑ ประชุมกันแล้วมีมาก