มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๗ · หน้า ๒๘๗ · ข้อ 52
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จะกล่าวในวาระว่าด้วยมโนกรรม. บทว่า อปริสุทฺธมโนกมฺนนฺตา

ความว่า ประกอบด้วยมโนกรรมอันไม่บริสุทธิ์ มีอภิชฌาเป็นต้น.

ถามว่า สมณพราหมณ์ผู้มีมโนกรรมอันไม่บริสุทธิ์ เหล่านั้น จะเรียก ร้องหาภัยและอารมณ์อันน่ากลัวมาได้อย่างไร ?

ตอบว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ครั้นเกิดความโลภชนิดที่ขาดความ ชอบธรรม อันได้แก่อภิชฌา (ความเพ่งเล็งของผู้อื่น) ในสิ่งของที่คนอื่น รักษาคุ้มครองแล้ว โกรธคนอื่นและให้คนอื่นยึดถือทรรศนะที่ผิดไปด้วย แล้วคิดได้ว่า เราทำไม่ถูกแล้ว ฯ ล ฯ ชื่อว่าเรียกร้อง คือเรียกหาภัยและ อารมณ์อันน่ากลัวนั้นให้เข้ามาหาตน.

จะกล่าวในวาระว่าด้วยอาชีวะ. บทว่า อปริสุทฺธาชีวา ความว่า

ประกอบด้วยอาชีพอันไม่บริสุทธิ์ แยกประเภทเป็นอเนสนา ๒๑ อย่าง มี ทำหน้าที่เป็นหมอรักษาโรค เป็นทูตส่งข่าวสารและค้าขายหากำไรเป็นต้น

ถามว่า สมณพราหมณ์ผู้มีอาชีพอัน ไม่บริสุทธิ์เหล่านั้น จะเรียก ร้องหาภัยและอารมณ์อันน่ากลัวมาได้อย่างไร ?

ตอบว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ครั้นเลี้ยงชีวิตอย่างนั้นอยู่ ได้ยิน ข่าวว่า นัยว่าเหล่าภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎก ซึ่งทำหน้าที่ชำระสะสางพระ ศาสนาให้บริสุทธิ์ กำลังออกไปชำระสะสางพระศาสนา วันนี้หรือพรุ่งนี้ ก็จักเดินทางมาถึงที่นี้ (ได้ยินอย่างนั้นแล้ว) จึงหนีเข้าป่าไปนั่งแอบอยู่ ระหว่างกอไม้หรือพุ่มไม้ ฯลฯ สู่ดุ้งโหยง เธอ (รู้สึก ) จะเป็นเหมือน ภิกษุเหล่านั้นมาล้อมจับไว้และเป็นเหมือนถูก ( จับสึก) ให้นุ่งผ้าขาว. คำ ที่เหลือก็เหมือนกับที่กล่าวมาแล้วนั่นแหละ.

ในคำว่า อิโต ปรํ อภิชฺฌาลุ เป็นต้น มีอธิบายว่า อภิชฌาและ