มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๗ · หน้า ๓๔๒ · ข้อ 55
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ม. อย่างนั้นหรือ ท่านขอรับ ?

สา. อย่างนั้นแหละ ท่านครับ บุคคลนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ยังมีอังคณกิเลสอยู่ ก็รู้ตามเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ข้อนี้ อันบุคคลนั้นพึงหวังได้ คือ เขาจักยังความพอใจให้เกิด จักพยายาม จักปรารภความเพียร เพื่อละกิเลสนั้นเสีย. เขาจักเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีกิเลส มีจิตไม่เศร้าหมอง ทำกาละ.

บุคคลจำพวกที่ ๓

สา. ท่านครับ ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น บุคคลใด ไม่มี

อังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ข้อที่บุคคลนั้นพึงหวังได้ คือ เขาจักมนสิการสุภนิมิต. เพราะมนสิการสุภ- นิมิตนั้น ราคะจักครอบงำจิต (เขา). เขาจักเป็นผู้ยังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังมีอังคณกิเลส ยังมีจิตเศร้าหมอง ทำกาละ. เปรียบเหมือน ถาดทองสัมฤทธิ์ที่บุคคลนำมาแต่ร้านตลาด หรือแต่สกุลช่างทอง เป็น ของสะอาดหมดจด แต่เจ้าของไม่ใช้และไม่ขัดถาดนั้น ซ้ำเก็บไว้ในที่ที่มี ละออง เมื่อเป็นเช่นนี้ สมัยอื่น ถาดทองสัมฤทธิ์นั้น จะพึงเป็นของ เศร้าหมอง สนิมจับ ฉันใด.

ม. อย่างนั้นหรือ ท่านขอรับ ?

สา. อย่างนั้นแหละ ท่านครับ บุคคลนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่มี

อังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ข้อที่ บุคคลนั้นพึงหวังได้ คือ เขาจักมนสิการสุภนิมิต เพราะมนสิการสุภนิมิต นั้น ราคะจักครอบงำจิต ( เขา). เขาจักเป็นผู้มีราคะ โทสะ โมหะ มี อังคณกิเลส ยังมีจิตเศร้าหมอง ทำกาละ.