มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๓๑๔ · ข้อ 628
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พราหมณ์เท่านั้นเป็นวรรณะประเสริฐ ฯลฯ เป็นทายาทของพรหม ดังนี้ ลำดับนั้นแล อสิตเทวละฤาษีปลงผมและหนวด นุ่งผ้าสีแดงอ่อน สวมรองเท้า สองชั้น ถือไม้เท้าเลี่ยมทอง ไปปรากฏในบริเวณบรรณศาลาของพราหมณ์ ฤาษี ๗ ตน ดูก่อนอัสสลายนะ ครั้งนั้นแล อสิตเทวละฤาษีเดินไปมาอยู่ใน บริเวณของพราหมณ์ฤาษี ๗ ตน กล่าวอย่างนี้ว่า เออท่านพราหมณ์ฤาษี เหล่านี้ไปไหนกันหมดหนอ เออท่านพราหมณ์ฤาษีเหล่านี้ไปไหนกันหมดหนอ ดูก่อนอัสสลายนะ ลำดับนั้นแล พราหมณ์ฤาษี ๗ ตน ได้กล่าวกะอสิตเทวละ ฤาษีว่า ใครหนอนี่เหมือนเด็กชาวบ้านเดินไปมาอยู่ที่บริเวณบรรณศาลาของ พราหมณ์ฤาษี ๗ ตน กล่าวอย่างนี้ว่า เออท่านพราหมณ์ฤาษีเหล่านี้ไปไหน กันหมด เออท่านพราหมณ์เหล่านี้ไปไหนกันหมด เอาละเราทั้งหลายจักสาป แช่งมัน ดูก่อนอัลสลายนะ ลำดับนั้น พราหมณ์ฤาษี ๗ ตน พากันสาปแช่ง อสิตเทวละฤาษีว่า มันจงเป็นเถ้าเป็นจุณไป จงเป็นเถ้าเป็นจุณไป จะเป็น เถ้าเป็นจุณไป ดูก่อนอัสสลายนะ พราหมณ์ฤาษี ๗ ตน พากันสาปแช่งอสิต เทวละฤาษีด้วยประการใด ๆ อสิตเทวละฤาษีกลับเป็นผู้มีรูปงามกว่า เป็นผู้น่า ดูกว่า และเป็นผู้น่าเลื่อมใสกว่า ด้วยประการนั้น ๆ ดูก่อนอัสสลายนะ ครั้ง นั้นแล พราหมณ์ฤาษี ๗ ตน ได้มีความคิดกันว่า ตบะของเราทั้งหลายเป็น โมฆะหนอ พรหมจรรย์ของเราทั้งหลายไม่มีผล ด้วยว่า เมื่อก่อนเราทั้งหลาย สาปแช่งผู้ใดว่า เจ้าจงเป็นเถ้าเป็นจุณไป ผู้นั้นบางคนก็เป็นเถ้าไป แต่ผู้นี้เรา ทั้งหลายสาปแช่งด้วยประการใด ๆ เขากลับเป็นผู้มีรูปงามกว่า เป็นผู้น่าดูกว่า และเป็นผู้น่าเลื่อมใสกว่า ด้วยประการนั้น ๆ อสิตเทวละฤาษีกล่าวว่า ตบะ ของท่านผู้เจริญทั้งหลายเป็นโมฆะก็หามิได้ และพรหมจรรย์ของท่านผู้เจริญ ทั้งหลายไม่มีผลก็หามิได้ เชิญท่านผู้เจริญทั้งหลายจงละความคิดประทุษร้ายใน เราเสียเถิด.