เล่ากันว่า มีกำนันทุรพล ๕ คน ด้วยความยากลำบาก คบพระราชา ได้ส่วยเล็กน้อยในหมู่บ้าน ๕ ตระกูลแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านนั้น พวกเขาได้ รับของเพียงเท่านี้เองคือ ส่วนปลา ส่วนเนื้อ กหาปณะพอซื้อเชือกได้ กหาปณะกึ่งเดียว กหาปณะมีค่าหนึ่งมาสก กหาปณะแปดเหรียญ กหาปณะ ๑๖ เหรียญ กหาปณะ ๖๘ เหรียญ และการปรับ (หรือลงโทษสถานเบา ๆ). พระราชาเท่านั้น ทรงรับเอาส่วยใหญ่โต มีวัตถุตั้งร้อยอย่าง ห้าร้อยอย่าง พัน
อย่าง. ในเรื่องเปรียบเทียบนั้น พึงเห็นประสาททั้ง ๕ เหมือนหมู่บ้านของ ๕
ตระกูล วิญญาณทั้ง ๕ เหมือนกำนันทุรพล ๕ คน ชวนะเหมือนพระราชา หน้าที่สักว่า เห็นรูปเป็นต้นของจักขุวิญญาณเป็นต้น เหมือนการรับส่วย เล็กน้อยของพวกกำนันทุรพล แต่ความกำหนัดเป็นต้นไม่มีในจักษุวิญญาณ เป็นต้น นี้ พึงทราบว่าความกำหนัดเป็นต้นเป็นเรื่องของชวนะในทวารเหล่านั้น
เหมือนการทรงรับเอาส่วยใหญ่โตของพระราชา. ชวนะทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล
ท่านเรียกว่าใจ ในที่นี้ ดังที่ว่ามานี้. คำว่า สติ ปฏิสรณํ ได้แก่ ความ ระลึกในมรรค เป็นที่พึ่งอาศัย. จริงอยู่ ใจที่เป็นชวนะ ย่อมพึ่งอาศัยความ
ระลึกในมรรค. คำว่า วิมุตฺติ คือ ความหลุดพ้นด้วยอำนาจผล. คำว่า
นิพพาน คือนิพพานเป็นที่พึ่งอาศัยของความหลุดพ้นด้วยอำนาจผล เพราะ
ความหลุดพ้นนั้นย่อมอาศัยนิพพานนั้น. คำว่า ไม่อาจถือเอาที่สุดของ
ปัญหาได้ คือ ไม่สามารถถือเอาประมาณอันเป็นขั้นตอนของปัญหาได้ ท่านถามสิ่งซึ่งหาที่พึ่งพาอาศัยมิได้ว่า มีที่พึ่งพาอาศัย ธรรมดาว่านิพพานนี้ ไม่เป็นที่พึ่งพาอาศัย คือ ไม่พึ่งพาอาศัยอะไร ๆ ด้วยประการฉะนี้. คำว่า นิพฺพาโนคธํ คือ หยั่งลงไปภายในนิพพาน เข้าไปตามนิพพาน. คำว่า พรหมจรรย์ หมายถึงมรรคพรหมจรรย์. คำว่า มีนิพพานเป็นเบื้องหน้า คือนิพพานเป็นที่ไปข้างหน้า คือเป็นคติเบื้องหน้าของพรหมจรรย์นั้น