โบราณพราหมณ์เหล่านั้นสาธยาย. บทว่า วาจิตมนุวาเจนฺติ ได้แก่ บอก
ตามที่พวกโบราณพราหมณ์เหล่านั้นบอกแก่ผู้อื่น.
บทว่า เสยฺยถีทํ ได้แก่ โบราณพราหมณ์เหล่านั้นมีใครบ้าง. บทว่า อฏฺฐุโก เป็นต้น เป็นชื่อของโบราณพราหมณ์เหล่านั้น. ได้ยินว่า โบราณ- พราหมณ์เหล่านั้นตรวจดูด้วยทิพยจักษุแล้วไม่ทำการเบียดเบียนผู้อื่น เทียบ ปาพจน์คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วเรียบเรียงมนต์ทั้งหลาย. แต่พราหมณ์อีกพวกหนึ่งใส่กรรมมีปาณาติบาต
เป็นต้นเข้าไปทำลายพระเวท ๓ ทำให้ขัดแย้งกับพระพุทธพจน์เสีย.
บทว่า อสฺสุ ในบทว่า ตฺยาสฺสุเม นี้ เป็นเพียงนิบาต. อธิบายว่า พราหมณ์เหล่านั้นบัญญัติพราหมณธรรม ๕เหล่านี้. บทว่า มนฺเต อธิยมาโน
ได้แก. ท่องเรียนพระเวททั้งหลาย. บทว่า อาจริยธนํ ได้แก่ ทรัพย์บูชา
อาจารย์ คือ ทรัพย์อันเป็นส่วนบูชาอาจารย์. บทว่า น อิสฺสตฺเถน ได้แก่
ไม่ใช่ให้เกิดขึ้นด้วยงานนักรบอาชีพ. บทว่า น ราชโปริเสน ได้แก่
ไม่ใช่ให้เกิดขึ้นด้วยความเป็นข้าราชการ.
บทว่า เกวลํ ภิกฺขาจริยาย ได้แก่ เกิดขึ้นด้วยภิกขาจาร อันบริสุทธิ์ [ล้วน ๆ] เท่านั้น. บทว่า กปาลํ อนติมญฺมาโน ได้แก่ ไม่ดูหมิ่น
ภิกขาภาชนะ. ก็โทณพราหมณ์นั้นถือภิกขาภาชนะใส่น้ำเต็มแล้ว สนานศีรษะ
ไปยืนอยู่ที่ประตูของตระกูลทั้งหลายร้องขอว่า ข้าพเจ้าประพฤติโกมารพรหม- จรรย์ (เป็นชายโสด) มาตลอด ๔๘ ปี ทั้งมนต์ข้าพเจ้าก็เรียนแล้ว ข้าพเจ้า จักให้ทรัพย์บูชาอาจารย์แก่อาจารย์ ขอท่านทั้งหลายจงให้ทรัพย์แก่ข้าพเจ้าเถิด
ดังนี้. พวกมนุษย์ได้ฟังดังนั้นต่างก็ให้ทรัพย์ ๘ กหาปณะบ้าง ๑๖ กหาปณะ
บ้าง ๑๐๐ กหาปณะบ้าง ตามกำลังสามารถ โทณพราหมณ์เที่ยวไปขอทั่ว หมู่บ้าน อย่างนี้แล้วมอบทรัพย์ที่ได้ให้แก่อาจารย์. คำนั้นท่านกล่าวหมายถึง ภิกขาภาชนะนั้น.