ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๐ · หน้า ๒๒๙ · ข้อ 12
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็ทรงทำการรวบรวมผู้คน ไปล้อมพระนครไว้แล้ว ส่งคำขาด (สาสน์) ไปว่า " จะให้เรารบหรือจะให้ราชสมบัติ ?" ชาวเมืองทั้งหลายกล่าวว่า " เราจักไม่ให้ทั้งสองอย่าง, แท้จริง พระราชเทวีของพวกเรามีพระครรภ์ แก่ ถูกนกหัสดีลิงค์พาไปแล้ว, เราทั้งหลาย ไม่ทราบว่า พระนางยังมี พระชนม์อยู่ หรือว่าหาพระชนม์ไม่แล้ว ตลอดกาลที่เราไม่ทราบเรื่อง ราวของพระนาง เราจักไม่ให้ทั้งการรบและราชสมบัติ." ได้ยินว่าความ เป็นพระเจ้าแผ่นดินโดยสืบเชื้อสาย ได้มีแล้วในกาลนั้น. ลำดับนั้น พระกุมาร จึงตรัสว่า "ฉันเป็นบุตรของพระนาง" แล้วอ้างชื่อเสนา- บดีเป็นต้น เมื่อพวกเหล่านั้นไม่เชื่อถือแม้อย่างนั้น จึงแสดงผ้ากัมพล

แดงและพระธำมรงค์. พวกชาวเมือง จำผ้ากัมพลแดงและพระธำมรงค์

นั้นได้ หมดความกินแหนงใจ จึงเปิดประตู อภิเษกกุมารนั้นไว้ในราช- สมบัติแล้ว.

นี้เป็นเรื่องเกิดแห่งพระเจ้าอุเทนก่อน.

สองผัวเมียเดินทางไปหาอาชีพ

ก็เมื่อทุพภิกขภัย เกิดแล้วในแคว้นอัลลกัปปะ ชายผู้หนึ่ง ชื่อว่า โกตุหลิก ไม่อาจจะเป็นอยู่ได้ จึงพาภรรยาผู้มีบุตรอ่อน นามว่ากาลี จัดแจงเสบียงออกไปแล้ว ด้วยมุ่งหมายว่า " จะไปหากินที่เมืองโกสัมพี." อาจารย์บางท่านกล่าวว่า " เขาออกไปแล้ว ในเมื่อมหาชนกำลังตายกัน ด้วยโรคอหิวาต์" บ้าง. สองสามีภรรยานั้น เดินไปอยู่ เมื่อเสบียงทาง หมดสิ้นแล้ว ถูกความหิวครอบงำแล้ว ไม่สามารถจะนำเด็กไปได้. ครั้งนั้น สามีจึงกล่าวกะภรรยาว่า " หล่อนเรามีชีวิตอยู่ ก็จักได้ลูกอีก,

หัวข้อ (สรุปโดย AI) เรื่องพระนางสามาวดี (ตอนต้น): ฤๅษี 2 สหายพลัดพราก พระราชเทวีถูกนกหัสดีลิงค์คาบไป ดาบสช่วยชุบเลี้ยงจนกำเนิดพระเจ้าอุเทน
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า