ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๐ · หน้า ๓๕๙ · ข้อ 12
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

" ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ เรียกนรชนผู้เลี้ยง

มารดาบิดา มีปกติประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ใน

ตระกูล กล่าวถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน ละวาจาส่อ

เสียด ประกอบในอันกำจัดความตระหนี่ มีวาจาสัตย์

ข่มความโกรธได้ นั้นแลว่า "สัปบุรุษ๑."

ท้าวสักกะบำเพ็ญกุศลเมื่อเป็นมฆมาณพ

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า " มหาลิ กรรมนี้ท้าวสักกะทำไว้ใน คราวเป็นมฆมาณพ " ดังนี้แล้ว อันมหาลิ ลิจฉวี ใคร่จะทรงสดับ ข้อปฏิบัติของท้าวสักกะนั้นโดยพิสดาร จึงทูลถามอีกว่า "มฆมาณพ ปฏิบัติอย่างไร ? พระเจ้าข้า" จึงตรัสว่า " ถ้ากระนั้น " จงฟังเถิด มหาลิ " ดังนี้แล้ว ทรงนำอดีตนิทานมา (ตรัสว่า)

เรื่องมฆมาณพ

ในอดีตกาล มาณพชื่อว่ามฆะ ในอจลคามในแคว้นมคธ ไปสู่ สถานที่ทำงานในบ้าน คุ้ยฝุ่นด้วยปลายเท้าในที่แห่งตนยืนแล้ว ได้ทำให้ เป็นรัมณียสถานแล้วพักอยู่ อีกคนหนึ่งเอาแขนผลักเขา นำออกจากที่ นั้นแล้ว ได้พักอยู่ในที่นั้นเสียเอง. เขาไม่โกรธต่อคนนั้น ได้กระทำที่ อื่นให้เป็นรัมณียสถานแล้วพักอยู่ คนอื่นก็เอาแขนผลักเขานำออกมา จากที่นั้นแล้ว ได้พักอยู่ในที่นั้นเสียเอง. เขาไม่โกรธแม้ต่อคนนั้น ได้

กระทำที่อื่นให้เป็นรัมณียสถานแล้วก็พักอยู่. บุรุษทั้งหลายที่ออกไป

แล้ว ๆ จากเรือน ก็เอาแขนผลักเขา นำออกจากสถานที่เขาชำระแล้ว ๆ

๑. สํ. ส. ๑๕/๓๓๗. ๒. ที่น่ายินดี

หัวข้อ (สรุปโดย AI) เจ้ามหาลิลิจฉวีทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องท้าวสักกะ ทรงแจกแจงพระนามต่างๆ และวัตตบท ๗ ที่ทำให้เป็นท้าวสักกะ
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า