๗. อตุละ การนินทาและสรรเสริญนั่นเป็นของ
เก่า นั่นไม่ใช่เป็นเหมือนมีในวันนี้ ชนทั้งหลายย่อม
นินทาผู้นั่งนิ่งบ้าง ย่อมนินทาผู้พูดมากบ้าง ย่อม
นินทาผู้พูดพอประมาณบ้าง ผู้ไม่ถูกนินทาไม่มีใน
โลก คนผู้ถูกนินทาโดยส่วนเดียว หรือว่าอันเขา
สรรเสริญโดยส่วนเดียว ไม่ได้มีแล้ว จักไม่มี และ
ไม่มีอยู่ในบัดนี้ หากว่าวิญญูชนใคร่ครวญแล้วทุก ๆ
วัน สรรเสริญผู้ใด ซึ่งมีความประพฤตไม่ขาดสาย
มีปัญญา ผู้ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ใครเล่าย่อมควร
เพื่อติเตียนผู้นั้น ผู้เป็นดังแท่งทองชมพูนุท แม้เทวดา
ทั้งหลายก็สรรเสริญเขา ถึงพรหมก็สรรเสริญแล้ว.
๘. พึงรักษาความกำเริบทางกาย พึงเป็นผู้
สำรวมทางกาย พึงละกายทุจริตแล้ว พึงประพฤติ
สุจริตทางกาย พึงรักษาความกำเริบทางวาจา พึงเป็น
ผู้สำรวมทางวาจา พึงละวจีทุจริต พึงประพฤติสุจริต
ทางวาจา พึงละความกำเริบทางใจ พึงเป็นผู้สำรวม
ทางใจ พึงละมโนทุจริตแล้ว พึงประพฤติสุจริตทาง
ใจ ธีรชนทั้งหลายสำรวมทางกาย สำรวมทางวาจา
สำรวมทางใจ ธีรชนเหล่านั้นแล ชื่อว่าสำรวม