ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๓ · หน้า ๒๔๘ · ข้อ 33
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ที่ ๘ แห่งปักษ์ และตลอดปาริหาริยปักษ์ ผู้ประพฤติ

พรหมจรรย์อยู่, ท่านได้สดับคำของพระอรหันต์ทั้ง-

หลายดังนี้ดีแล้ว." ดังนี้แล้ว จึงกล่าว (ต่อไปอีก) ว่า :-

" ขอท่านจงบอกคำนี้ของยักษ์ทั้งหลาย กะสานุ-

สามเณร ผู้รู้สึกขึ้นแล้วว่า ' ท่านอย่าได้กระทำบาป

กรรมในที่แจ้งหรือในที่ลับ; หากว่าท่านจักกระทำบาป

กรรมก็ตาม กำลังกระทำอยู่ก็ตาม ท่านถึงจะเหาะ

หนีไป ก็หามีการหลุดพ้นจากทุกข์ไม่."

นางยักษิณีตนนั้นกล่าวว่า " ความพ้นย่อมไม่มีแก่ท่านผู้แม้กระทำ บาปกรรมอย่างนี้แล้ว เหาะหนีไปอยู่เหมือนนก" ดังนี้แล้ว ก็ปล่อย สามเณร.

สามเณรนั้น ลืมตาขึ้นแล้ว เห็นมารดากำลังสยายผมร้องไห้สะอึก สะอื้นอยู่ และชาวบ้านทั้งสิ้นประชุมกันอยู่แล้ว ไม่ทราบความที่ตนถูก ยักษ์สิง จึงนึกสงสัยขึ้นว่า " เมื่อก่อนเรานั่งบนตั่ง, มารดาของเรานั่ง ซาวข้าว ณ ที่ไม่ไกล, แต่บัดนี้ เรา (กลับ) นอนเหนือแผ่นดิน; นี่อะไร กันหนอ ?" นอนอยู่เทียว กล่าวกะมารดาว่า :-

" โยม ชนทั้งหลายย่อมร้องไห้ถึงคนที่ตายไป

แล้ว หรือยังเป็นอยู่ (แต่) ไม่ปรากฏ: โยม โยม

เห็นฉันซึ่งเป็นอยู่ ไฉนจึงร้องให้ถึงฉันเล่า ? โยม."

ครั้งนั้น มารดาเมื่อจะแสดงโทษในการมาเพื่อจะสึกอีกของบุคคล ผู้ละวัตถุกามและกิเลสกามบวชแล้วแก่เธอ จึงกล่าวว่า :-