ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๖ · หน้า ๑๓ · ข้อ 294
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ซึ่งท่านกล่าวหมายเอาว่า ธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้ว ธรรมทั้งหลายที่ไม่ เกิดขึ้น ธรรมทั้งหลายที่มีปกติเกิดขึ้น.๑

กุศลและอกุศล กล่าวคือภุตวาปคตะ ที่เสวยรสแห่งอารมณ์แล้วดับไป และสังขาตะที่เหลือ กล่าวคือภุตวาปคตะที่ไม่ถึงขณะทั้ง ๓ มีอุปปาทขณะ เป็นต้นแล้วดับไป ชื่อว่า ภุตวาปคตุปันนะ. ภุตวาปคตุปปันนะนี้นั้น พึงเห็นได้ ในคำว่า " ทิฏฐิที่เป็นบาปเห็นปานนี้บังเกิดขึ้นแล้ว๒ " และในสูตร ทั้งหลาย มีอาทิอย่างนี้ " เมื่อสติสัมโพชฌงค์เกิดขึ้นแล้ว การบำเพ็ญภาวนา ให้บริบูรณ์ก็ย่อมมีได้ ฉันใด๓ "

กรรมที่ท่านกล่าวแล้วโดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า " กรรมทั้งหลาย ที่ทำ แล้วในกาลก่อนของเขาเหล่านั้นใด " ดังนี้ แม้เป็นกรรมที่ล่วงแล้ว ก็ชื่อว่า โอกาสกตุปปันนะ เพราะห้ามวิบากของกรรมอื่นแล้ว ให้โอกาสแก่วิบาก ของตนตั้งอยู่ และเพราะวิบากที่ได้โอกาสแล้วอย่างนั้น แม้ยังไม่บังเกิดขึ้น ก็บังเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ในเมื่อได้ทำโอกาสอย่างนี้แล้ว.

อกุศลที่ยังไม่ได้ถอนขึ้น ในภูมิทั้งหลายเหล่านั้น ชื่อว่า ภูมิลัทธุป- ปันนะ

ผู้ศึกษาพึงทราบ ความต่างกันแห่งภูมินี้และภูมิที่ได้แล้ว คือขันธ์ ๕ ที่เป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา ชื่อว่า ภูมิ. กิเลสชาตที่ สมควรบังเกิดขึ้นในขันธ์ ๕ ชื่อว่า ภูมิลัทธะ. เพราะเหตุนั้นแล ภูมินั้นจึง ชื่อว่าเป็นภูมิอันได้แล้ว ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า ภูมิลัทธะ.

ก็ภูมิลัทธะนั้น จะพึงได้ก็ด้วยสามารถแห่งอารมณ์ จริงอยู่ กิเลส แม้ทั้งหมด ย่อมบังเกิดขึ้นปรารภขันธ์ทั้งหลาย ของพระขีณาสพทั้งหลาย

๑. อภิ. สํ ๒. ๒. สํ. ขนฺธวารวคฺค ๙๗. ๓. ที. ม. มหาสติปฏฺานสูตฺต ๓๕๕.