ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๖ · หน้า ๒๕๑ · ข้อ 78
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

" ภมรมิให้ดอกไม้เสียสี และเสื่อมกลิ่น

เคล้าเอาแต่รส แล้วบินไป แม้ฉันใด มุนี พึงเที่ยว

ไปในบ้าน ฉันนั้น " ดังนี้. เพื่อจะประกาศคุณของพระเถระเจ้าให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่มัจฉริยเศรษฐี. ถูก โมคคัลลานะทรมาน แม้ในครั้งก่อน โมคคัลลานะก็เคย ทรมานเขา ให้รู้ความสัมพันธ์แห่งกรรม และผลแห่งกรรม มาแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุง- พาราณสี เศรษฐี ชื่ออิลลีสะ มีทรัพย์ ๘๐ โกฏิ ประกอบด้วย บุรุษโทษหลายสถาน เป็นคนกระจอก ง่อย ตาเหล่ ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ตระหนี่ ไม่ให้แก่คนอื่น และไม่บริโภคด้วยตนเอง ได้มีในพระนครพาราณสี เรือนของเศรษฐีนั้นได้เป็นเหมือน สระโบกขรณี ที่รากษสยึดครอง แต่มารดาบิดาของท่านเศรษฐี เป็นผู้ให้ทาน เป็นทานบดีมา ๗ ชั่วตระกูล. ครั้นอิลลีสะนั้นได้ ตำแหน่งเศรษฐีก็ทำลายสกุลวงษ์เสีย เผาโรงทาน เฆี่ยนขับไล่ พวกยาจก เก็บแต่ทรัพย์เท่านั้น วันหนึ่งอิลลีสะนั้นไปเฝ้าพระราชา ขณะเดินมาเรือนของตน เห็นคนบ้านนอกผู้หนึ่ง เหน็ดเหนื่อย จากการเดินทาง ถือขวดเหล้ามาขวดหนึ่ง นั่งบนตั่งน้อย รินเหล้า ใส่จอกสำหรับดื่มสุรารสเปรี้ยวแล้วดื่มอยู่ แกล้มด้วยแกงอ่อม ใส่ปลาร้า นึกอยากดื่มบ้าง คิดว่า ถ้าเราจักดื่มสุรา เมื่อกำลังดื่ม