รุ่มร้อนด้วยแสงแดด ณ ที่โล่ง กลางคืนก็อย่างนั้นเหมือนกับถึง ความรุ่มร้อนอยู่ในไพรสณฑ์ที่ปราศจากลม หยาดเหงื่อไหลออก จากสรีระ ครั้งนั้น คาถานี้ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ได้ปรากฏ แจ่มแจ้งว่า :-
" เราเร่าร้อนแล้ว หนาวเหน็บแล้ว อยู่
ผู้เดียวในป่าอันน่าสพึงกลัว เป็นคนเปลือย ไม่ได้
ผิงไฟ เป็นมุนีขวนขวายแล้ว ในการแสวงบุญ "
ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โสตตฺโต ความว่า เราเร่าร้อน ด้วยความแผดเผาจากดวงอาทิตย์.
บทว่า โสสีโต ความว่า เราหนาวเหน็บ คือชุ่มโชกด้วย น้ำหิมะ.
ด้วยบทว่า เอโก ภิสนเก วเน นี้ ท่านแสดงความว่า เรา อยู่แต่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนเลย ในป่าชัฎอันน่าสพึงกลัวถึงกับทำให้ ผู้ที่เข้าไปแล้วต้องขนลุกขนพองโดยมาก.
ด้วยบทว่า นคฺโค น จคฺคิมาสีโน นี้ท่านแสดงว่า เรา เป็นคนเปลือย ทั้งไม่ได้ผิงไฟ คือแม้จะถูกลมหนาวเบียดเบียน ก็มิได้อาศัยผ้านุ่งผ้าห่มเป็นต้น และไม่ได้ผิงไฟอีกด้วย.
ด้วยบทว่า เอสนาปสุโต นี้ท่านแสดงว่า แม้ในอพรหมจรรย์ ก็มีความมั่นหมายว่า เป็นพรหมจรรย์ในความเพียรนั้น คือเป็น ผู้ขวนขวายพากเพียร ถึงความมั่นหมายในการแสวงหาพรหม-