อนิจจานุปัสนานั้น เป็นปฏิปักษ์ต่อ นิจสัญญา ความสำคัญว่าเที่ยง. การพิจารณาเห็นว่า เป็นทุกข์ คือ ทุกขานุปัสนา. ทุกขานุปัสนา นั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อ สุขสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นสุข. การพิจารณา เห็นว่า เป็นอนัตตา คือ อนัตตานุปัสนา. อนัตตานุปัสนานั้น เป็นปฏิปักษ์ต่อ อัตสัญญา - ความสำคัญว่าเป็นอัตตา. พระโยคาวจร ย่อมเบื่อหน่าย เพราะอนุปัสนา ๓ บริบูรณ์ ฉะนั้น จึงชื่อว่า นิพพิทา, นิพพิทานั้นด้วย อนุปัสนาด้วย ชื่อว่า นิพพิทานุปัสนา. นิพพิทานุปัสนานั้น เป็นปฏิปักษ์ต่อความเพลิดเพลิน. พระโยคาวจร ย่อมคลายกำหนัด เพราะอนุปัสนา ๔ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า วิราโค, วิราคะนั้นด้วย อนุปัสนาด้วย ชื่อว่า วิราคานุปัสนา. วิราคานุ-
ปัสนานั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อราคะ. พระโยคาวจรย่อมดับราคะเสียได้
เพราะอนุปัสนา ๕ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า นิโรโธ. นิโรธนั้นด้วย อนุปัสนาด้วย ชื่อว่า นิโรธานุปัสนา. นิโรธานุปัสนานั้นเป็น
ปฏิปักษ์ต่อสมุทัย. พระโยคาวจรย่อมสละคืนเสียได้ เพราะอนุปัสนา
๖ บริบูรณ์ จึงชื่อว่า ปฏินิสฺสคฺโค. ปฏินิสสัคคะนั้นด้วย อนุปัสนา ด้วย ชื่อว่า ปฏินิสสัคคานุปัสนา. ปฏินิสสัคคานุปัสนานั้นเป็น
ปฏิปักษ์ต่อการยึดมั่น. เมื่ออินทรีย์อันเป็นโลกุตระเข้าถึงวิปัสนายัง
ไม่มี พึงทราบว่า ท่านประกอบอนุปัสนา ๗ ไว้ด้วยธรรมะแม้เหล่านั้น โดยพิจารณาเห็นว่า ชื่อว่า มีนิโรธ เพราะไม่มีความเพลิดเพลินและ ความกำหนัดในสิ่งที่สำคัญว่า เที่ยง เป็นสุข เป็นตัวตน เพราะสิ่ง