ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๐ · หน้า ๒๑๖ · ข้อ 285
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั่งบนบัลลังก์ของเทพองค์ใด เทพองค์นั้นก็ได้ความยินดีอย่างยิ่ง ได้ความโสมนัส อย่างยิ่ง ฉันนั้นเหมือนกัน จากนั้น สนังกุมารพรหมทรงเนรมิตอัตภาพให้หยาบ เป็นรูปร่างกุมารเช่นกับปัญจสิขเทพบุตร ปรากฏแก่พวกเทพชั้นดาวดึงส์ แล้วเหาะ ขึ้นอากาศนั่งขัดสมาธิในอากาศบนที่ว่างกลางอากาศ เหมือนบุรุษมีกำลังนั่งขัดสมาธิ บนบัลลังก์ที่ปูลาดไว้ดีแล้ว หรือบนพื้นที่ราบเรียบเสมอกันฉะนั้น ทรงทราบความ เลื่อมใสของพวกเทพชั้นดาวดึงส์แล้ว จึงทรงอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

{๑๙๗} ‘ท่านผู้เจริญทั้งหลายพวกเทพชั้นดาวดึงส์

มีพระอินทร์เป็นประธาน

ถวายนมัสการพระตถาคตและความดีของพระธรรม

เมื่อเห็นเทพเหล่าใหม่ ผู้มีวรรณะและมียศ

ผู้เคยประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคต ซึ่งมา ณ ที่นี้(ด้วย)

ก็พากันบันเทิงใจนัก

เทพเหล่านั้นเป็นสาวก

ของพระผู้มีพระปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน

ทั้งหมดเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ

รุ่งเรืองเกินเทพเหล่าอื่นในที่นี้

ด้วยวรรณะ ยศ และอายุ

พวกเทพชั้นดาวดึงส์มีพระอินทร์เป็นประธาน

ครั้นเห็นเหตุนี้แล้ว พากันเพลิดเพลิน

ถวายนมัสการพระตถาคตและความดีของพระธรรม’

เสียงของสนังกุมารพรหม

{๑๙๘}[๒๘๕] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สนังกุมารพรหมได้ตรัสเนื้อความนี้ ขณะที่ สนังกุมารพรหมตรัสเนื้อความนี้มีเสียงประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือ (๑) แจ่มใส (๒) ชัดเจน (๓) นุ่มนวล (๔) ชวนฟัง (๕) กลมกล่อม (๖) ไม่พร่า (๗) ลึกซึ้ง (๘) กังวาน