อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๒ · หน้า ๓๙๑ · ข้อ 250
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๓. บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่หลีกไปสู่ทิศ มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บุคคล

ผู้เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของเรานี้หลีกไปสู่ทิศเสียแล้ว’ จึงไม่คบภิกษุ

เหล่าอื่น เมื่อไม่คบภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟัง

สัทธรรม จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษของความเลื่อมใสที่เกิด

ขึ้นเฉพาะบุคคลประการที่ ๓

๔. บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ลาสิกขา มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บุคคลผู้

เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของเรานี้ได้ลาสิกขาไปแล้ว’ จึงไม่คบภิกษุ

เหล่าอื่น เมื่อไม่คบภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟัง

สัทธรรม จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษของความเลื่อมใสที่เกิด

ขึ้นเฉพาะบุคคลประการที่ ๔

๕. บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ตายแล้ว มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บุคคลผู้

เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของเรานี้ได้ตายเสียแล้ว’ จึงไม่คบภิกษุเหล่าอื่น

เมื่อไม่คบภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟังสัทธรรม

จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษของความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นเฉพาะ

บุคคลประการที่ ๕

ภิกษุทั้งหลาย ความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล มีโทษ ๕ ประการนี้แล

ปุคคลัปปสาทสูตรที่ ๑๐ จบ

ทุจจริตวรรคที่ ๕ จบ

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปฐมทุจจริตสูตร

๒. ปฐมกายทุจจริตสูตร

๓. ปฐมวจีทุจจริตสูตร

๔. ปฐมมโนทุจจริตสูตร

๕. ทุติยทุจจริตสูตร

๖. ทุติยกายทุจจริตสูตร

๗. ทุติยวจีทุจจริตสูตร

๘. ทุติยมโนทุจจริตสูตร

๙. สีวถิกสูตร

๑๐. ปุคคลัปปสาทสูตร

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ๕. ทุจจริตวรรค
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า