ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๔๗๑ · ข้อ 116 117 118 119 120 121 122 123 124
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๑๖] ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๑๗] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่มีความเจริญมั่งคั่งให้สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง

ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด

[๑๑๘] ในคราวที่หม่อมฉันดำรงอยู่ในปฐมวัยรุ่นสาว

ประกอบด้วยรูปสมบัติ ได้ไปสู่ตระกูลอื่น (แต่งงาน)

เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขอยู่

[๑๑๙] สามีของหม่อมฉันเป็นผู้มีความรู้ดี

เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

สดับพระธรรมเทศนาแล้วได้บรรลุอนาคามิผล

[๑๒๐] ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ขออนุญาตสามีนั้นแล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๑๒๑] ครั้งนั้น สามีผู้เป็นอุบาสกนั้นได้เข้าไปหาหม่อมฉันแล้ว

ได้ถามปัญหาที่ละเอียดลึกซึ้งมาก

หม่อมฉันแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นได้

[๑๒๒] พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น

จึงทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะด้วยพระดำรัสว่า

‘เรามิได้เห็นภิกษุณีรูปอื่น ผู้เป็นพระธรรมกถึก

เหมือนภิกษุณีธัมมทินนานี้เลย

[๑๒๓] ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำ

ภิกษุณีธรรมทินนาว่าเป็นนักปราชญ์’

หม่อมฉันอันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำทรงอนุเคราะห์แล้ว

ชื่อว่าเป็นบัณฑิตอย่างนี้

[๑๒๔] พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว