ปัฏฐาน ภาค ๔
ฉบับหลวง · เล่ม ๔๓ · หน้า ๑๗๖ · ข้อ 278
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.

ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพาหิรธรรม กระทำจิตให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้วเกิดขึ้น.

ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรม คือ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.

พึงถามถึงมูล

ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย กระทำจิตที่เป็นอัชฌัตติก ธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วเกิดขึ้น.

พาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่พาหิรธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.

ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มี ๓ นัย.

อธิปติปัจจัยทั้งสอง พึงจำแนกทั้ง ๓ อย่าง.

อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย.

แม้ทั้ง ๓ ก็เป็นอธิปติปัจจัยอย่างเดียว.

[๒๗๘] อัชฌัตติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย

คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย.

พาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่พาหิรธรรม โดยอนันตรปัจจัย

คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพาหิรธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เกิด หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย

อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู มี ๓ นัย.

แม้ทั้ง ๓ อย่าง ก็เช่นเดียวกัน.

อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย.

เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย